เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) ถอดรหัส "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" ทำไมงานเพียบ-เสียบทุกคดี

06 พ.ย. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) ถอดรหัส "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" ทำไมงานเพียบ-เสียบทุกคดี

คุณผู้ชมหลายท่านอาจจะเคยสงสัยว่า "บิ๊กโจ๊ก" พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่รู้จักกันในฉายา "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" นั้น ทำไมถึงสามารถตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการจับกุมกวาดล้างอาชญากรรมประเภทต่างๆ ได้แทบทุกวัน เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 2-3 คดี บางวันสูงถึง 7-8 คดี แถมบางทีตี 1 ตี 2 ยังนัดแถลงข่าวอยู่แลย จนคนไทยทั่วทั้งประเทศน่าจะไม่มีใครไม่รู้จัก "บิ๊กโจ๊ก"

อย่างวันนี้ก็แถลงไปแล้วอย่างน้อยๆ 3 คดี แม้แต่คดีหลอกประมูลสินค้าไอทีออนไลน์ ชิ้นละ 2-3 พันบาท แต่พอโอนเงินไปแล้ว กลับไม่ได้ของ ได้ลูกอมมาแทน หรือคดีหลอกลงทุน "บิ๊กแบ็ค" ป้องกันน้ำท่วม "บิ๊กโจ๊ก" ก็ยังไปตามจับและนำมาแถลงตำแหน่งหลักของเขาสมัยก่อนคือรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ปัจจุบันย้ายมาอยู่ ตม. แต่กลับมีข่าวแถลงเกี่ยวกับคดีประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ต่างอะไรกับ "ผบ.ตร.น้อย" "บิ๊กโจ๊ก" ทำแบบนี้ได้อย่างไร เขาไปเอางานคนอื่นมาแถลง หรือเป็นฝีมือของตัวเองและทีมงาน วันนี้ล่าความจริงมีคำตอบ ติดตามจากรายงานพิเศษของคุณอนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์

ผลงานของ "บิ๊กโจ๊ก" ถ้ามองว่าทำให้สามารถคลี่คลายคดีอาชญากรรมได้อย่างรวดเร็ว พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ อย่างนี้ก็น่าสนับสนุน แต่ถ้าถามในแง่ของการบริหารงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีอาชญากรรมแต่ละประเภทเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว การทำแบบนี้จะกระทบระบบการทำงาน โครงสร้างองค์กร หรือทำงานซ้ำซ้อนกันหรือไม่ คำถามนี้ก็น่าคิดเหมือนกัน ผู้ที่จะต้องตอบคงหนีไม่พ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบุคลากรที่สวมเครื่องแบบสีกากีนั่นเองนี่คือสถานที่ทำงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. ซึ่ง "บิ๊กโจ๊ก" นั่งเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ ที่อาคาร 1 ชั้น 1 กรมปทุมวัน

ไล่ดูแผนผังโครงสร้างการทำงานจะพบว่าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ รับผิดชอบหน้างานถึง 12 ด้าน 12 ฐานความผิด ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ความผิดเกี่ยวกับโรแมนซ์สแกม ความผิดเกียวกับการฉ้อโกงออนไลน์ ความผิดเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบ ความผิดเกี่ยวกับโอเวอร์สเตย์ หรือการที่คนต่างด้าวพำนักอยู่ในประเทศไทยเกินระยะเวลาที่ได้รับวีซ่า ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ การปราบปรามสื่อลามกอนาจาร ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญหาออนไลน์ ความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางสาธารณะ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเฉพาะยาทรามาดอล ซึ่งหมายถึงยาแก้ปวดชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาผสมกับสารอื่นให้เป็นของมึนเมา และความผิดเกียวกับอาชญากรรมทั่วไป

เห็นหน้างานที่ครอบคลุมอาชญากรรมแทบทุกด้านบนโลกใบนี้แล้ว จึงไม่น่าแปลกประหลาดอะไรที่ไม่ว่าคดีไหนก็ต้องมี "บิ๊กโจ๊ก" เข้ามาเกี่ยวข้อง บทบาทของ "โจ๊กหวานเจี๊ยบ" ทุกวันนี้จึงไม่ต่างอะไรกับ "ผบ.ตร.น้อย"

หัวหน้าชุดทำงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เล่าว่า ศูนย์ฯแห่งนี้ยกระดับมาจากศูนย์ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นงานเดิมที่ "บิ๊กโจ๊ก" รับผิดชอบอยู่แล้วสมัยเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จากนั้นจึงยกระดับมาเป็น ศปอส.ตร.ที่ยิ่งใหญ่ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน โดยมีตำรวจมือดีวนกันเข้ามาทำงานเป็นมือไม้ให้กับ "บิ๊กโจ๊ก" มากถึง 300 นาย ทำให้มีผลงานการสืบสวนจับกุม รวมทั้งจัดการเรื่องร้องเรียนประสบความสำเร็จและเป็นข่าวแทบทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

แน่นอนว่าการเลือกคนให้เหมาะสมกับงาน หรือ put the rihgt man on the right job ย่อมเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จ อย่าง พันตำรวจเอก ภาคภูมิ พิศมัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด จังหวัดขอนแก่น นายตำรวจมือดีแห่งภาคอีสาน ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ "บิ๊กโจ๊ก" ดึงมาทำงาน และช่วยคลี่คลายคดีที่ถือว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะคดีเงินกู้นอกระบบ ซึ่งแต่ละคดีต้องใช้เทคโนโลยีการสืบสวนชั้นสูงเข้ามาช่วย เพราะคดีมีความซับซ้อนทั้งห้วงเวลาที่เกิดเหตุและตัวละครในคดี

เช่นเดียวกับ พันตำรวจโท นฤวัต พุทธวิโร นายตำรวจมือดีอีกคนหนึ่งจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีอาชญากรรมข้ามชาติ และคดีนอมินี หรือ "ตัวแทนเชิด" ซึ่งอาชญากรจากทั่วโลกมักใช้ประเทศไทยเป็นที่กบดานหรือเป็นฐานในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย แล้วใช้เงินจ้าง "นอมินี" ขึ้นมาเปิดกิจการบังหน้า มิจฉาชีพเหล่านี้ก็อยู่ในเป้าหมายที่ทีมงานของ "บิ๊กโจ๊ก" ต้องจัดการ

ขณะที่คดีสุดคลาสสิคอย่างโรแมนซ์สแกม หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า "คดีหลอกรักออนไลน์" "บิ๊กโจ๊ก" ก็เลือกใช้บริการ พันตำรวจโท ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รองผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เข้ามารับผิดชอบ เพราะมีหญิงไทยตกเป็นเหยื่อมากมาย หนำซ้ำอาชญากรยังที่มีความเชี่ยวชาญการใช้อินเทอร์เน็ต จึงต้องใช้นายตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเข้าไปจัดการ

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของตำรวจระดับหัวกะทิกว่า 300 นายที่ "บิ๊กโจ๊ก" เลือกมาใช้งานในภารกิจปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวช่วยในการกระทำความผิด เห็นแบบนี้แล้วหลายคนคงหมดคำถามว่าทำไม "บิ๊กโจ๊ก" ถึงงานชุก โลดแล่นอยู่บนหน้าสื่อได้ทุกวัน และเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมแทบทุกคดี

ข่าวล่าสุด