ทรัมป์กล่าวถึงกรณีการหายตัวไปของนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ ว่า เขาจะรู้สึกโกรธและผิดหวัง หากพบว่ารัฐบาลซาอุดีอาระเบียมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยสหรัฐฯ จะลงโทษซาอุฯ อย่างรุนแรง แต่จะไม่ใช่ด้วยการระงับข้อตกลงซื้อขายอาวุธมูลค่ากว่า1 แสนล้านดอลลาร์ เพราะนั่นจะถือเป็นการลงโทษสหรัฐฯ เอง เนื่องจากหากสหรัฐฯ ไม่ขายอาวุธให้ ซาอุฯ ก็จะไปซื้อมาจากรัสเซียหรือจีน ซึ่งจะกระทบต่อการจ้างงานในสหรัฐฯ หลายแสนตำแหน่ง
ด้านนายอันโตนีโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า หากชัดเจนแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายคาช็อกกี รัฐบาลของแต่ละประเทศก็ควรตัดสินใจถึงปฏิกิริยาตอบโต้ที่เหมาะสมต่อไป
ขณะเดียวกันเริ่มมีแรงกดดันไปยังซาอุฯ ให้เปิดเผยความจริงต่อกรณีนี้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยภาครัฐ เอกชน และสื่อจากทั่วโลกต่างถอนตัวจากงานสัมมนาด้านการลงทุนที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งมีเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ ทรงเป็นผู้ริเริ่ม โดยมีรายงานว่ารัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ กับรัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศของอังกฤษอาจถอนตัวจากงานดังกล่าว และทั้งสองประเทศกำลังหารือกันว่า อาจมีการออกแถลงการณ์ร่วมหากซาอุฯ สังหารนักข่าวจริง
นายจามาล คาช็อกกี ซึ่งเป็นชาวซาอุฯ และพลเมืองอเมริกัน หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม โดยพบเห็นครั้งสุดท้ายที่สถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกีซึ่งรายงานข่าวหลายกระแสคาดว่า เขาอาจถูกสังหารภายในสถานกงสุล แต่รัฐบาลซาอุฯ ยืนกรานปฏิเสธ
ส่วนนายเมฟลุต คาวูโซกลู รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี เรียกร้องให้ทางการซาอุฯ ยอมให้เจ้าหน้าที่ตุรกีเข้าไปตรวจสอบภายในสถานกงสุล หลังรัฐมนตรีมหาดไทยซาอุฯออกแถลงการณ์ว่า ซาอุฯ ต้องการเปิดเผยความจริงทั้งหมด