อนุพงษ์ แนะนำว่า การทำเกษตร ต้องทำเกษตรผสมผสาน หากปลูกเชิงเดี่ยว เกิดโรคระบาดพืชที่ตายหมด หากบางอย่างราคาตกต่ำเราก็ชะลอไว้ก่อน เน้นที่มีราคาสูงไปก่อน ต้องฉวยโอกาส
"ผมจึงตั้งใจจะทำเป็นสวนผสม เน้นที่มะนาว และมะละกอ ที่ผมมีความรู้ด้านการตอนมะละกอ ซึ่งจะทำให้มะละกอที่เราปลูก ไม่กลายพันธุ์ ต้นไม่สูง เก็บเกี่ยวง่าย หากปลูกด้วยเมล็ดต้องใช้เวลาถึง 6-8 เดือนกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ และอาจกลายพันธุ์ด้วย" อนุพงษ์ กล่าวย้ำ
ที่จริง อนุพงษ์ เกือบสิ้นเนื้อประดาตัว เมื่อครั้งเกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 ทำให้พืชผลเสียหายทั้งหมด แต่เขาไม่ได้ท้อใจ เพราะหลังน้ำลดจึงฮึดสู้ยกใหม่
โดย อนุพงษ์ ปลูกมะละกอพันธุ์แขกดำ สำหรับมะละกอกินผลสุก, ปลูกพันธุ์กลางดงสำหรับทำส้มตำ และปลูกพันธุ์เรดเลดี้ และปลูกมะนาวแป้นอีก 200 ต้น รวมถึงปลูกพืชสวนครัวไว้สำหรับเก็บเกี่ยวขายในช่วงที่ไม้ผลยังไม่ออกผลผลิต อาทิ
ชมจันทร์ พริกขี้หนู กล้วย และอื่นๆ สร้างรายได้ให้เขาอย่างน้อยวันละ 700-1,000 บาท ล่าสุดกล้วยน้ำหว้าราคาดี จึงขยายพื้นที่ปลูกไปที่ จ.สิงห์บุรี อีก 18 ไร่ โยเขาบอกว่า ได้ลงกล้วยน้ำหว้าสายพันธุ์มะลิอ่องทั้งหมด