นายเลอพงศ์ สวนสังข์ หน.ค้นหาและกู้ภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางปภ. ที่ได้แบ่งกำลังจัดชุดทีมค้นหาและกู้ชีพ ภารกิจค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

โดยได้บูรณาการกับทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่อาสา ร่วมค้นหาจากบนหลังคาถ้ำ เพื่อค้นหาปล่อง หรือหลุมยุบ ที่จะเชื่อมกับโพรงอุโมงค์ภายในถ้ำที่คาดว่าจะมีเด็กหลบอยู่ โดยเน้นไปพิกัด ไปทางฝั่งซ้ายจากปากถ้ำเหนือแนวโพรงถ้ำ ซึ่งที่ผ่านมาตรวจพบปล่องโพรงจำนวนมาก แต่เมื่อลองตรวจสอบส่วนใหญ่เป็นหลุมตัน และไม่สามารถเชื่อมไปยังอุโมงค์ถ้ำได้


ทั้งนี้แท้จริงแล้วทีมของตนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในภารกิจค้นหาประเภทค้นหาใต้ซากดินโคลนถล่ม และการค้นหาบนที่สูง ถนัดการขุดเจาะ เปิดโพรง อาจจะไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการค้นหาในถ้ำมากนัก โดยปล่องที่เราลงล่าสุด เดิมลึก 40 เมตร แต่ได้มีการเคลียร์ทาง ขุดเปิดช่องทางเข้าไปต่อ จนมีความลึก 60 เมตร แล้วก็พบว่าเป็นทางตัน แต่มีความชื้น จึงคาดว่าน่าจะอยู่ใกล้จุดน้ำผ่านหรือใกล้อุโมงค์ ในวันนี้จึงจะเร่งเข้าไปสำรวจและใช้อุปกรณ์ในการตรวจสอบชั้นดินร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทรัพยากรธรณีวิทยา ว่าจะสามารถขุดเจาะ ไปต่อได้หรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะทะลุถ้ำ


ทีมโรยตัวค้นปล่อง ยังระดมหาทางเชื่อม


นายเลอพงศ์ กล่าวว่า ที่จริงแล้วทางปภ.มีอุปกรณ์ ไฮเทคที่นำมาใช้ในงานนี้หลายอย่าง ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรอกไฟฟ้า ที่สามารถดึงคนขึ้นจากพื้นที่แคบ มีกล้องจับความร้อน กล้องที่ส่องเข้าไปในพื้นที่แคบ แต่ก็ยังคงขาดแคลนและต้องการอุปกรณ์อีกหลายอย่างที่จะช่วยทำให้การค้นหาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์สแกนความร้อนในถ้ำ เครื่องสแกนคลื่นโซน่า ที่จะตอบโจทย์ ว่าปล่องนั้นๆ จะสามารถขุดหรือเจาะเพื่อไปต่อได้หรือไม่



และปัญหาอีกด้านที่ สำคัญคือ ด้วยการแบ่งชุดการทำงาน หลายชุด และมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยมาร่วมกันทำให้บางครั้งการประสานงาน ค่อนข้างสับสน คือมีหลายปล่อง ที่มีการค้นหาและสำรวจแล้ว และยืนยันแล้วว่าเป็นหลุมตัน ไม่สามารถไปต่อได้ แต่ก็ยังมีทีมอื่น ที่ยังคงลงไปสำรวจ และเข้าใจผิดว่าเป็นหลุมใหม่ ซึ่งการแก้ไขเบื้องต้นคาดว่าจะต้องมีการกำหนดการทำสัญลักษณ์ ที่ทุกคนเห็นแล้วจะเข้าใจว่าหลุมไหนสำรวจแล้ว หลุมไหนเป็นหลุมที่ยังไม่ได้สำรวจต่อไป