ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายขโมยดาบประจำกายรูปหล่อ "ย่ามุก" งาช้างจำลอง, พานบายศรีและอื่นๆ อีกหลายรายการวัดม่วงโกมารภัจจ์ จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นคนในละแวกนั้น มั่นใจติดตามตัวได้ในเร็วๆ นี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดติดตามผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมาย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ ประสงค์ ไตรรัตน์ โพสต์ภาพท้าวเทพกระษัตรี - ท้าวศรีสุนทร หรือ ย่าจัน-ย่ามุก ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดม่วงโกมารภัจจ์ ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต  โดยระบุว่า "ดาบของย่าพร้อมพานบายศรี 9 พานหายเมื่อคืน  ความชั่วร้ายของคนที่ขโมยไม่นึกถึงบาปกรรมเลยบอกๆ จริง" 

ล่าคนร้ายขโมยดาบประจำกายรูปหล่อ "ย่ามุก"



ล่าคนร้ายขโมยดาบประจำกายรูปหล่อ "ย่ามุก"



จากการลงตรวจสอบภายในวัด ของผู้สื่อข่าว วันนี้ (25 มิ.ย.61)  ซึ่งทาง พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.ถลาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ลงตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ด้วย โดยมีนายประสงค์ ไตรรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเทพกระษัตรีและเป็นผู้โพสต์เฟสบุ๊ค พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนหนึ่งมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดติดตามผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมาย ขณะนี้กันยังคงมีประชาชนที่ยังคงเดนทางมาสักการะรูปหล่อท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทรไม่ขาดสาย

ล่าคนร้ายขโมยดาบประจำกายรูปหล่อ "ย่ามุก"



โดยนายประสงค์ ไตรรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเทพกระษัตรีและเป็นผู้โพสต์เฟสบุ๊ค กรณีดาบในมือรูปหล่อย่ามุกหรือท้าวศรีสุนทร ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดม่วงโกมารภัจจ์ ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หายไป  กล่าวว่า วัดม่วงโกมารภัจจ์ เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญสำหรับชาวถลางและชาวภูเก็ตเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสถานที่ในการประกอบพิธีบวงสรวงวันถลางชนะศึกเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนมีนาคม และยังเป็นสถานที่ซึ่งประชาชนทั่วไปเข้ามาสักการะบูชารูปหล่อท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทรซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดดังกล่าว 



"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง และทำให้เสียชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ตด้วยเนื่องจากย่ามุกย่าจันเป็นวีรสตรีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นผู้กอบกู้บ้านเมืองในศึกถลาง เป็นที่นับถือของบุคคลทั่วไป ไม่เฉพาะชาวถลางหรือชาวภูเก็ตเท่านั้น แต่รวมถึงคนไทยทั้งประเทศด้วย"

ล่าคนร้ายขโมยดาบประจำกายรูปหล่อ "ย่ามุก"



นายประสงค์ กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ที่ก่อเหตุนั้นน่าจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในละแวกที่ตั้งของวัดฯ เพราะคนนอกไม่น่าจะรู้เส้นทาง และคงไม่ทราบด้วยว่าดาบของย่าสามารถถอดออกได้ เบื้องต้นพอจะทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้ติดตามผู้ก่อเหตุมารับโทษเพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ส่วนการป้องกันเหตุในอนาคต ขณะนี้มีภาคเอกชนที่เสนอติดตั้งกล้องวงจรปิดในบริเวณวัดแล้ว

ล่าคนร้ายขโมยดาบประจำกายรูปหล่อ "ย่ามุก"



ขณะที่ พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.ถลาง กล่าวถึงเหตุการณ์ที่มีการขโมยดาบประจำกายของรูปหล่อย่ามุก ในวัดม่วงฯ ว่า ได้ทราบเรื่องจากทางเฟสบุ๊ค เนื่องจากเบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งความ ซึ่งได้ประสานกับผู้ได้รับมอบอำนาจจากทางมูลนิธิท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร เพื่อให้ไปทำการแจ้งความแล้ว ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ รอง ผกก. สืบสวนฯ พร้อมด้วยชุดสืบสวนออกติดตามผู้ต้องสงสัยแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีการแจ้งความกรณีการก่อเหตุขโมยสิ่งของภายในวัดแห่งนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง และได้มีการควบคุมตัวบุคคลวิกลจริตมาทำประวัติไว้แล้ว 

"จากการตรวจสอบข้อมูลที่ผ่านมา ทราบว่ามีสิ่งของภายในวัดสูญหายและถูกทุบทำลายเป็นประจำ ส่วนใหญ่จะเกิดเหตุในช่วงเวลากลางคืนเนื่องจากไม่มีผู้ดูแล โดยได้แนะนำให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อเป็นการป้องกันเหตุเพิ่มเติม เพราะแม้จะมีทางเจ้าหน้าที่สายตรวจมาตรวจสมุดตู้แดงเป็นประจำ แต่คนร้ายจะฉวยโอกาสลงมือช่วงที่เป็นรอยต่อระหว่างเปลี่ยนผลัด และในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเกิดเหตุกลางคืนหลังจากในช่วงกลางวันได้มีบุคคลที่มีชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ตนำสิ่งของมาสักการะรูปหล่อย่ามุกย่าจัน ซึ่งคิดว่าน่าจะติดตามตัวได้ไม่อยาก เพราะน่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในละแวกนี้" พ.ต.อ. ธีรวัฒน์กล่าว

ล่าคนร้ายขโมยดาบประจำกายรูปหล่อ "ย่ามุก"



ด้านนางสาวณัฐฌา แกล้วกล้า อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นผู้ดูแลสถานที่ฯ เล่าว่า การลักขโมยภายในวัดเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะบนศาลาซึ่งเป็นที่ตั้งรูปหล่อย่ามุกย่าจัน และได้เคยมีการแจ้งความไว้แล้ว ซึ่งก็สามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งครั้งนี้ก็คิดว่าน่าจะเป็นคงเดิม สิ่งของที่ขโมยไปมีดาบของย่ามุก 1 เล่ม, พานบายศรี 9 พาน, ตุ๊กตานางรำ 1 คู่, งาช้างจำลอง 1 คู่ และพวงมาลัยใหญ่ 2 พวง อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาลงลงโทษให้ได้โดยเร็ว เพราะสถานที่นี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จะมีผู้คนเข้ามาสักการะรูปหล่อย่ามุกย่าจันอย่างต่อเนื่อง ทั้งคนในพื้นที่ และคนต่างจังหวัด