วันนี้ ทราบกันดีแล้วว่า"อดีตพระพรหมเมธี"หรือ"พระจำนงค์"ถูกกักตัวอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี
ทันทีที่อดีตพระพรหมเมธีเดินทางถึงเยอรมนี ได้ยื่นคำร้องขอลี้ภัยกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศเยอรมนี และ ตม.เยอรมนี ส่งคำร้องขอลี้ภัยของพระจำนงค์ไปยังสำนักงานดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี(BAMF)แล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะต้องมีการสัมภาษณ์ สอบประวัติ เเละซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่ยื่นคำขอลี้ภัย
หากพระจำนงค์ถูกปฏิเสธคำขอเป็นผู้ลี้ภัย จึงจะเข้าสู่กระบวนการส่งตัวกลับคืนประเทศไทย คาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
++++
"ชินวัตร"กับพระจีวรแดง
พระผู้ใหญ่อย่างอดีตพระพรหมเมธี มีตำแหน่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต), ประธานคณะเลขานุการคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, โฆษกมหาเถรสมาคม และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ย่อมมิได้มีลูกศิษย์เพียงแค่ "สีกาจุ๋ม" เท่านั้น
ตัวอย่างความยิ่งใหญ่ของ "พระจำนงค์" นั่นคืองานสมโภชหิรัญบัฏของอดีตพระพรหมเมธี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม2554 ซึ่งพิธีเชิญหิรัญบัฏและเครื่องประกอบสมณศักดิ์สุดเว่อร์วังอลังการ มีการแห่จากซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ เขตสัมพันธวงศ์ สู่พระอุโบสถวัดสัมพันธวงศ์
งานวันดังกล่าว บรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งสายทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพ่อค้าวาณิช แห่มาร่วมงานสมโภชโดยพร้อมเพรียงนอกจากนี้ พระจำนงค์ ยังมีความคุ้นเคยกับนักการเมืองพรรคเพื่อไทย และคนในตระกูล "ชินวัตร"
ย้อนไปในปีที่ อดีตพระพรหมเมธี ในฐานะโฆษก มส. ได้นำเรื่องการจัดตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ สู่ที่ประชุม มส. และเมื่อพระชั้นผู้ใหญ่เห็นดีเห็นงาม จึงมอบให้พระจำนงค์เป็นประธานคณะทำงานจัดตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในกำกับมหาเถรสมาคม(มส.)
ในทางปฏิบัติ พระจำนงค์ใช้วัดดวงแข เป็นสถานที่จัดตั้งสถานีวิทยุและโทรทัศน์"สถานีโทรทัศน์ธรรมาธิปไตยของคณะสงฆ์ DDTV"
ปลายปี 2554 "ทักษิน ชินวัตร" เดินทางไปถวายผ้าพระกฐินที่วัดป่าพุทธคยา รัฐพิหาร ซึ่งเป็นวัดของ "หลวงพ่อจิ๋ว" โดยเจ้าอาวาสวัดป่าพุทธคยาเป็นพระอาจารย์สอนการปฏิบัติธรรมให้"พายัพ ชินวัตร"น้องชายทักษิณ จนเขากลายเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิ
พระจำนงค์ที่รู้จักมักคุ้นกับ "พายัพ" ได้ขอให้ทีมงาน DDTV ไปสัมภาษณ์ทักษิณ เกี่ยวกับการเกิดขึ้นมาของสถานีโทรทัศน์เพื่อพุทธศาสนา โดยมีการนำเทปสัมภาษณ์อดีตนายกฯ มาเผยแพร่ทางช่อง DDTV ปรากฏว่ามีเสียงตอบรับจากคนเสื้อแดงอย่างท่วมท้น
สงกรานต์ปี 2555 "ทักษิณ" มาจัดงานรดน้ำดำหัวที่ จ.เสียมราฐ โดยเปิดทางให้คนเสื้อแดงเดินทางเข้าไปร่วมงานดังกล่าว พระจำนงค์ได้ส่งทีมงาน DDTV เดินทางไปสัมภาษณ์สดทักษิณถึงเสียมราฐ โดยการประสานงานของพายัพเช่นเดิม
ปีถัดมา "พายัพ"อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่อินเดีย และเวลาเดียวกัน พระจำนงค์จัดงานในโอกาสครบรอบ 3 ปีของสถานีโทรทัศน์ DDTV ที่อาคารใหม่สวนอัมพร พร้อมกันนั้นได้นิมนต์พระพายัพมาร่วมรายการเสวนาบนเวทีด้วย จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
เป็นที่ทราบกันว่า ช่อง DDTV เป็นศูนย์รวม "พระการเมือง" หรือ "พระขั้วสี" อาทิ พระมหาโชว, เจ้าคุณเกษม และเจ้าคุณประสาร ได้จัดรายการวิเคราะห์การเมืองอยู่บ่อยๆ และในหมู่คนเสื้อแดงต่างเชิญชวนให้ชม DDTV เพราะมีอุดมการณ์เดียวกัน
อย่างปี2560 เมื่อ คสช.เปิดยุทธการไล่ล่า "ธัมมชโย" และปิดล้อมวัดธรรมกาย พระนักเทศน์บางรูปก็ใช้ช่อง DDTV ตอบโต้ฝ่ายรัฐอย่างไม่เกรงกลัว
+++
ธรรมกายกับ"ธรรมยุตนอกคอก"
หลายคนอาจตั้งข้อสังเกตว่า พระจำนงค์หนีมาไกลถึงเมืองเบียร์ เพราะหวังพึ่ง "ธรรมกาย" เพราะอาณาจักรธรรมกายในยุโรปนั้น มีถึง 23 สาขา เฉพาะสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มี 7 สาขา
วัดธรรมกายบาวาเรีย เมืองเคอนิกส์บรุนน์ มี"พระวิเทศภาวนาธรรม วิ."เป็นเจ้าอาวาส ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์จากบางฝ่ายเนื่องจากอดีตพระพรหมเมธีเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่วัดธรรมกายบาวาเรียอยู่หลายครั้ง
ปี 2554 พระจำนงค์กับสมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส เดินทางไปเยี่ยมวัดธรรมกายบาวาเรีย ถือเป็นแขกวีไอพีของวัดทางคณะกรรมการวัด จึงลงทุนสร้างห้องรับรองถวายแด่สมเด็จพระธีรญาณมุนี และพระจำนงค์ ด้วยงบประมาณ 3 ล้านบาท
อีก 4 ปีต่อมา วัดธรรมกายบาวาเรีย จัดพิธีอัญเชิญจักรแก้ว และฝังลูกนิมิต จึงนิมนต์พระจำนงค์มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระเถระอีก 2 รูปคือ อดีตพระพรหมดิลก วัดสามพระยา และพระวิสุทธิวงศาจารย์ รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ
ในปีนั้นวัดธรรมกายบาวาเรียจัดสอบธรรมศึกษาโดยมีอดีตพระพรหมเมธีซึ่งไม่น่าเชื่อว่า พระเถระชั้นพรหมจะบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเป็นแม่กองธรรมสนามหลวงให้วัดธรรมกายสะท้อนให้เห็นอิทธิพลธรรมกายที่ครอบงำมหาเถรสมาคม
เสร็จจากงานฝังลูกนิมิต พระวิเทศภาวนาธรรม วิ. เจ้าอาวาสวัดธรรมกายบาวาเรีย ได้พาพระจำนงค์ทัวร์ยุโรป 5 ประเทศ (ดูภาพประกอบข่าว) แสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมของพระสองรูปนี้เป็นอย่างยิ่ง
เหตุที่บางฝ่ายเชื่อว่า ธรรมกายช่วยพระจำนงค์ เพราะจับสังเกตจากข้ออ้างที่บอกว่า ประเทศไทยไม่มีประชาธิปไตย เลยไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม จึงทำเรื่องขอลี้ภัยชั่วคราว หากเมืองไทยมีประชาธิปไตย ก็พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ถ้ายังจำกันได้ ต้นปี 2560ดีเอสไอส่งกำลังปิดล้อมวัดธรรมกาย คลองหลวง เพื่อจับกุม "พระธัมมชโย" เหล่าศิษย์ธรรมกาย ได้ออกมาอ่านแถลงการณ์ โดยสรุปว่า พระธัมมชโยจะมีการมอบตัวก็ต่อเมื่อบ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติคือ เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แล้วเท่านั้น
เวลาเดียวกันนั้น ทางวัดธรรมกายได้มีการติดต่อประสานสำนักงานใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เพื่อเตรียมแผนการขอลี้ภัยให้แก่พระธัมมชโย หากรัฐบาลใช้กำลังรุนแรงเข้าจัดการจับพระในวัด
อย่างไรก็ตามสำนักสื่อสารองค์กรวัดธรรมกาย ได้ออกมาชี้แจงว่า กรณีสื่อมวลชนบางสำนักรายงานข่าวว่า อดีตพระพรหมเมธี ขอยื่นลี้ภัยในประเทศเยอรมนี และคาดการณ์ว่า จะพำนักที่สาขาของวัดพระธรรมกายในประเทศเยอรมนีหรือวัดสาขาอื่นในทวีปยุโรปนั้น ทางวัดขอปฏิเสธข่าวดังกล่าว ทั้งนี้เพราะไม่ทราบความเคลื่อนไหวและจุดประสงค์ของอดีตพระพรหมเมธี
อีกทั้งไม่ได้มีการติดต่อประสานกันแต่อย่างใด และในขณะนี้ทั้งหน่วยราชการไทยที่รับผิดชอบในคดีและสื่อมวลชนต่างๆ ยังไม่มีโอกาสได้พบตัวท่านแต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องราวที่นำเสนอทั้งหมดจึงเป็นเพียง ข้อคิดเห็นและการคาดเดาของคนบางกลุ่มเท่านั้น
คาดว่า ภายในสัปดาห์หน้า น่าจะมีความชัดเจนเรื่องการลี้ภัยของพระจำนงค์ หากอดีตพระเถระรูปนี้ทำสำเร็จ จะมีผลข้างเคียงต่อกระบวนการกระชากหน้ากาก "แก๊งเงินทอนวัด" อยู่ไม่น้อย