หลังจากที่ประเด็นอุตสาหกรรมเหล็กกล้าและถ่านหินได้กลายเป็นวาระสำคัญของรัฐบาลจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางมาตรการประกาศตั้งกำแพงภาษีของทรัมป์ที่จะเรียกเก็บจากการนำเข้าเหล็ก 25% ที่คาดว่าจะมีผลในทางปฏิบัติช่วงสัปดาห์นี้
ขณะที่นายกรัฐมนตรีจีนได้ประกาศเปิดประตูต้อนรับนักลงทุนต่างชาติในหลายภาคส่วน และเป็นไปกว้างขึ้นในปีนี้ โดยที่ทางการจีนเตรียมเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงการลงทุนในภาคโทรคมนาคม บริการทางการแพทย์ การศึกษา บริการดูแลผู้สูงอายุ และยานยนต์พลังงานใหม่ การผ่อนคลายข้อจำกัดเกี่ยวกับสัดส่วนของหุ้นที่ต่างชาติเป็นเจ้าของในบริษัทอุตสาหกรรมต่างๆ ซี่งรวมถึงธนาคารและหลักทรัพย์ด้วย
1. การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) หรือรัฐสภาจีน ครั้งที่ 13 เริ่มเปิดฉากขึ้นในวันนี้ เล็งหั่นกำลังผลิตเหล็กกล้า-ถ่านหินในปี 2018 นี้ ตามที่รัฐบาลจีนมีแผนปรับลดกำลังผลิตเหล็กกล้าที่ไม่มีประสิทธิภาพลง 30 ล้านตัน และปรับลดกำลังผลิตถ่านหินอีก 150 ล้านตัน
ทั้งนี้ ประเด็นอุตสาหกรรมเหล็กกล้าและถ่านหินได้กลายเป็นวาระสำคัญของรัฐบาลจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังปัญหาการผลิตส่วนเกินได้ส่งผลให้องค์กรต่างๆ มีกำไรลดลง และเข้ามาฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยในปีที่ผ่านมา จีนได้ปรับลดกำลังการผลิตเหล็กกล้าลงกว่า 50 ล้านตัน และถ่านหินอีก 250 ล้านตัน ซึ่งเหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนั้นทั้งสองอุตสาหกรรม
โดยเป็นมาตรการหนี่งในการปรับโครงสร้างองค์กรที่มีบทบาทในอุตสาหกรรม เพื่อให้อุตสาหกรรมเหล็กกล้าและถ่านหินดำเนินการได้อย่างแข็งแกร่งทั้งด้านต้นทุนราคาที่ผลิตโรงงานและให้มีผลกำไร
2; ท่ามกลางมาตรการประกาศตั้งกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเรียกเก็บจากการนำเข้าเหล็ก 25% ที่คาดว่าจะมีผลในทางปฏิบัติช่วงสัปดาห์นี้ และจะเรียกเก็บ 10% จากการนำเข้าอลูมิเนียม ซึ่งผู้นำสหรัฐได้ทวีตข้อความว่า การทำสงครามการค้าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับสหรัฐ และเป็นเรื่องง่ายที่จะชนะ
ในทวีตเตอร์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ยังระบุว่า เมื่อสหรัฐต้องสูญเสียเงินนับแสนล้านดอลลาร์ให้กับบางประเทศ ให้กับการค้าที่ไม่ธรรมก็อย่าได้ทำการค้าต่อไปอีก
ทั้งนี้ มาตรการตั้งกำแพงภาษีของผู้นำสหรัฐครั้งนี้ได้ทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเกิดตื่นกลัวต่อสงครามการค้ารอบในใหม่ ในที่สุดกระพลิกกลับมากระทบต่ออุตสาหกรรมทางด้านรถยนค์และอุตสาหกรรมยางรถยนต์ในท้ายที่สุด
3. ขณะที่หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวเปิดเผยรายงานในการประชุมรัฐสภาในวันนี้ ถึงมาตรการรัฐบาลจีนที่จะลดการจัดเก็บภาษีภาคธุรกิจและภาษีรายบุคคลลงมากกว่า 800,000 ล้านหยวน หรือ 126,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2018 ตามนโยบายการปฏิรูปที่ได้มีการนำระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มาใช้แทนภาษีธุรกิจ
นอกจากนี้ จีนจะให้ความสำคัญกับการปรับลดภาษีภาคการผลิตและการขนส่ง และจะเพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำของรายได้จากยอดขายประจำปีสำหรับผู้จ่ายภาษีรายย่อย ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจขนาดเล็กกำไรต่ำหลายแห่งจ่ายภาษีรายได้ลดลงไปถึงครึ่งหนึ่ง และยังสามารถใช้หักเป็นค่าใช้จ่ายภาษีอากรได้สำหรับเครื่องมือและอุปกรณ์ในองค์กร
โดยในปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจสามารถลดการจ่ายภาษีลงถึง 918,600 ล้านหยวนจากการปฏิรูปนโยบายจัดเก็บภาษี VAT แทนภาษีภาคธุรกิจ ทั้งนี้ จีนได้ปรับลดภาษีให้กับบรรดาผู้ประกอบการไปแล้ว มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านหยวน หรือ 315,200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การยกเครื่องค่าธรรมเนียมประเภทต่างๆนั้น ส่งผลให้ตลาดจีนมีเงินสะสมมากกว่า 3 ล้านล้านหยวนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
4. ทั้งนี้ จีนคงเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 6.5% ในปี 2018 นี้ ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเป้าหมายในปีที่แล้ว และคงเป้าหมายเงินเฟ้อ 3% จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการสร้างงานได้ค่อนข้างเต็มประสิทธิภาพ
ในการกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ระดับนี้ สะท้อนให้เห็นว่า จีนไม่ต้องการเร่งผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตมากจนเกินไป แต่ได้มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงคุณภาพและผลพวงจากการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเตรียมเร่งการดำเนินงานเพื่อลดปริมาณอาหารสำรองในคงคลังที่เป็นส่วนเกินด้วย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของประเทศในปี 2018 อีก 8.1% สู่ระดับ 1.11 ล้านล้านหยวน หรือ 175,000 ล้านดอลลาร์ โดยสูงกว่าในปี 2017 ที่ปรับเพิ่มขึ้น 7%
5. ทางการจีนเผยจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินเชิงระมัดระวังและเป็นกลางต่อเนื่องในปี 2018 โดยที่การผ่อนคลายหรือการคุมเข้มนโยบายการเงินจะเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม พร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ และมีสภาพคล่องที่มีเสถียรภาพและอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล เพื่อที่เศรษฐกิจสามารถขยายตัวในระดับปานกลาง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจีนได้ประกาศเปิดประตูต้อนรับนักลงทุนต่างชาติในหลายภาคส่วน และเป็นไปกว้างขึ้นในปีนี้ โดยที่ทางการจีนเตรียมเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงการลงทุนในภาคโทรคมนาคม บริการทางการแพทย์ การศึกษา บริการดูแลผู้สูงอายุ และยานยนต์พลังงานใหม่ได้มากขึ้นด้วย
โดยในส่วนที่เป็นการเปิดกว้างภาคการเงินนั้น จะเริ่มเปิดกว้างตลาดการหักบัญชีบัตรของธนาคารและตลาดอื่นๆ ยกเลิกข้อจำกัดด้านขอบข่ายการดำเนินงานของบริษัทตัวแทนประกันภัยที่ลงทุนโดยต่างชาติ จนถึงการผ่อนคลายหรือยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับสัดส่วนของหุ้นที่ต่างชาติเป็นเจ้าของในบริษัทอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงธนาคารและหลักทรัพย์