แถลงจับกุมตัว นายธวัชชัย รักษาศิล อายุ 33 ปี พร้อมด้วยลูกน้องคนสนิทคือ นายรุ่งอรุณ บุตรดาดวง อายุ 32 ปี โดยสามารถควบคุมตัวได้ในเขตท้องที่ จ.ขอนแก่น และนำตัวมาสอบสวนเพื่อขยายผลที่ บก.ปทส. โดยทั้งสองมีหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเครื่อข่ายตัดไม้พยุง
พล.ต.ต.ปัญญา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) พร้อมชุดปฏิบัติการของศูนย์พิทักษ์ป่า (ศปก.พป) ชุดปฎิบัติการของ ศปป4.กอ.รมน. ได้เข้าปิดล้อมจับกุมและกลุ่มคนร้ายได้ต่อสู้และขัดขวางการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบทำไม้มีค่าหายาก ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง บริเวณสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560 จากการเข้าปฎิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในระหว่างเกิดเหตุจำนวน 3 ราย และ สภ.อ.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 22 ราย ซึ่งมีอดีตนายตำรวจยศพันตำรวจโทรายหนึ่ง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการ และทนายความคนหนึ่งที่ร่วมกับนายตำรวจยศพันตำรวจตรีในพื้นที่อีกหนึ่งราย ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือด้านคดีกับกลุ่มขบวนการ และคณะเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการร่วมกันเพื่อขยายผลจนพบว่า ขบวนนี้เป็นขบวนการใหญ่ระดับต้นๆของประเทศ โดยมีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมาก และผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งชาวไทยที่มีคดีลักลอบไม้พะยูงหลายคดี และชาวเวียดนามซึ่งมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมายจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
ดังนั้น จึงต้องมีการบูรณาการกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานงานตำรวจแห่งชาติจะร่วมบูรณาการขยายผลต่อกลุ่มขบวนการให้ถึงที่สุด
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดี กรมป่าไม้ กล่าวว่า คดีดังกล่าวถือว่ามีความอุกอาจของกลุ่มขบวนการมาก กลุ่มขบวนการเคยกระทำผิดทางด้านคดีไม้พะยูงมาจำนวนหลายคดี หลายท้องที่แต่ไม่ยอมหยุดการกระทำและจากการตรวจสอบพบน่าจะเป็นกลุ่มขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติขบวนการใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งได้ประสานบูรณาการทุกหน่วยงานให้ขยายผลให้ถึงที่สุด รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบขยายผลทางการเงินเพื่อขยายผลร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการพอกเงิน ดำเนินการยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันได้ประสานการบูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง.ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องประสานการปฏิบัติขยายผลให้ถึงที่สุดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในขบวนการดังกล่าวให้ถึงที่สุด คดีดังกล่าวถือว่ามีความอุกอาจของกลุ่มขบวนการอย่างมาก
ขณะที่นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ต้นพะยูงสองต้นดังกล่าว ต้นแรกเป็นต้นพะยูนยักษ์ขนาดความโต 300 เซนติเมตร ได้ถูกตัดฟันลักลอบออกไปเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 และเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2560 ก็ถูกตัดโคนลงอีกต้นและตัดทอนออกเป็น 6 ท่อน แต่กลุ่มคนร้ายยังไม่สามารถลักลอบออกไปได้
ชุดปฎิบัติการได้ร่วมกับนาย ประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน นำกล้อง NCAPS นำไปติดตั้งเพื่อสอดส่องและป้องกันการเข้ามาลักลอบไม้พะยูงที่เหลือจำนวน 2 ต้น ที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกันและอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่กลุ่มขบวนการก็ไม่เกรงกลัวนำกำลังไม่ต่ำกว่า 23 คน พร้อมรถยนต์จำนวนหลายคันเข้ามาลักลอบขนย้ายออกไป โดยขนย้ายกันริมถนนทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งมีความพลุกพล่านซึ่งถือว่าอุกอาจมาก นอกจากนี้ต้นพะยูงดังกล่าวถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดแล้วตั้งแต่เคยพบมา และทางสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อม สะแกราชกำลังจะใช้เนื้อเยื่อของต้นพะยูงต้นดังกล่าวสำหรับการขยายพันธ์ แต่ก็ถูกตัดโค่นไปเสียก่อนเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่จะหาแม่พันธ์ุขนาดใหญ่แบบนี้ที่ไหนได้อีก และในวันพรุ่งนี้จะบูรณาการหน่วยงานลงพื้นที่ขยายผลต่อเนื่องกับกลุ่มขบวนการอีกเป็นการต่อเนื่อง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำไม้พยุงและครอบครองไม้หวงห้าม(ไม้พยุง) โดยไม่ได้รับอนุญาต