กรมปศุสัตว์ แจงช้างไทยปลอดภัย เพราะมีกฎหมายคุ้มครอง
10 ก.ค. 2560 | Ekkapon

นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากการที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวในประเด็นที่ ไทยถูกตีแผ่ใช้แรงงาน "ช้าง" เพื่อการท่องเที่ยว
ข่าว
10 ก.ค. 2560 | Ekkapon

นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากการที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวในประเด็นที่ ไทยถูกตีแผ่ใช้แรงงาน "ช้าง" เพื่อการท่องเที่ยว
โดยองค์กรพิทักษ์สัตว์ของอังกฤษ ระบุว่า มีช้างในประเทศแถบเอเชีย ซึ่งรวมถึงในไทย มากกว่า 3 ใน 4 มีสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายอย่างมาก และถูกละเมิดสิทธิ ถูกใช้แรงงานเพื่อการท่องเที่ยวอย่างโลดโผน นอกจากนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก หรือ World Animal Protection กล่าวว่า ร้อยละ 77 ของช้างในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย อินเดีย ศรีลังกา เนปาล ลาว และกัมพูชา มีสภาพความเป็นอยู่เลวร้าย และไม่สามารถยอมรับได้ โดยอินเดียเป็นประเทศที่ช้างถูกเลี้ยงในสภาพ ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งรายงานดังกล่าวระบุว่า ช้างเหล่านี้นอกจากจะถูกบังคับให้ให้ความบันเทิงกับนักท่องเที่ยวแล้ว ในเวลาที่ไม่มีการแสดงยังต้องถูกล่ามด้วยโซ่ที่มีความยาวไม่ถึง 3 เมตร และต้องอาศัยอยู่ภายในอาคารคอนกรีต รวมทั้งไม่ได้รับการดูแลที่ถูกสุขลักษณะ ทั้งการโชว์เพื่อความสนุกสนาน ให้กับนักท่องเที่ยว โดยให้เดินบนสะพานไม้เล็กเพียงแผ่นเดียว การยกขาต่อกันเป็นกลุ่มๆ รวมทั้งการถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว นั้น
นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบหรือโรครองช้ำ เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยจะพบมาในวัยทำงานที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวตัวมาก ผู้ที่ยืนนาน เดินนาน ผู้ที่ต้องยืนตลอดกะการทำงานทั้ง 8 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้น เช่น พนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า พนักงานโรงงาน พยาบาลห้องผ่าตัด เป็นต้น ผู้ที่สวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมเป็นประจำ เช่น รองเท้าที่ไม่มีพื้นบุรองส้นเท้า และผู้ที่มีอุ้งเท้าเท้าแบนหรือโก่งเกินไป
นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวต่อไปว่า โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบจะมีอาการปวดและกดเจ็บบริเวณส้นเท้า ในระยะแรกอาจเกิดอาการภายหลังการออกกำลังกาย เดิน หรือยืนนาน ๆ แต่ถ้าอาการมากขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดส้นเท้าอยู่ตลอดเวลา ลักษณะเฉพาะของโรคนี้ คือ เมื่อลุกขึ้นเดิน 23 ก้าวแรกหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า หรือหลังจากนั่งพักขาเป็นเวลานาน จะรู้สึกเจ็บบริเวณส้นเท้า เนื่องจากเกิดการกระชากของเอ็นฝ่าเท้าที่อักเสบอย่างทันทีทันใด แต่เมื่อเดินไประยะหนึ่ง เอ็นฝ่าเท้าจะค่อยๆ ยืดหยุ่นขึ้น อาการเจ็บส้นเท้าจึงค่อย ๆ ทุเลาลง
โรคนี้ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงหากเป็นแล้วจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องใช้เวลาในรักษาเป็นระยะเวลานาน หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้รับการรักษาจนลุกลาม อาจทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ ข้อต่อของสะโพกและบั้นเอวด้วยจากลักษณะการเดินที่ผิดไปจากอาการเจ็บส้นเท้า เพื่อป้องกันโรคดังกล่าว ควรเลือกใช้รองเท้าที่ถูกลักษณะ มีตัวรองส้นที่นุ่ม พื้นไม่บางหรือแข็งเกินไป พร้อมลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ลดน้ำหนัก ไม่ยืนหรือเดินมากเกินไป หากมีอาการปวดส้นเท้าผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าว