(25 มิถุนายน 2560) หลังจากชาวบ้านและเด็กๆ หมู่ที่ 2 บ้านเกาะมุก ต เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ได้พยายามช่วยชีวิตโลมาฟันห่าง เพศผู้ ยาวประมาณ 2.38 เมตร น้ำหนักประมาณ 80 กก. ด้วยการพยายามพาร่างออกสู่ทะเล หลังพบเข้ามาเกยตื้นบริเวณชายหาดหลังหมู่บ้าน ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวานนี้ (24 มิ.ย.) โดยชาวบ้านออกไปเก็บหอยชักตีนบังเอิญไปพบขณะนอนดิ้นเกยตื้นอยู่บนชายหาด จึงพยายามช่วยเหลือนำร่างไปปล่อยลงน้ำ แต่ไม่เป็นผล มันไม่ยอมว่ายน้ำออกไปสู่ทะเลลึก แต่จะกลับเข้าฝั่ง โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยไม่มีบาดแผลใดๆตามร่างกาย
ทั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะสภาพร่างกายอ่อนแอ จากการเกยตื้นเป็นเวลานานก่อนชาวบ้านจะออกไปพบ หรืออาจจะเกิดจากอาการเจ็บป่วย โดยชาวบ้านพยายามช่วยเหลืออยู่นานกว่า 4 ชม. ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ๗ (ตรัง) จึงได้นำเรือตรวจการณ์ มารับตัวไปพักอนุบาลที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง เพื่อรอทีมสัตวแพทย์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งเดินทางมาตรวจอาการเพื่อทำการรักษาต่อไป
นายเจนวิทย์ วานิช นายสัตว์แพทย์ กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กล่าวว่า โลมาฟันห่างได้ตายลงแล้วเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.ของวันนี้ สาเหตุมาจากอาการป่วย ทั้งนี้ สภาพร่างกายอ่อนแอ ผิวหนังย่น ลอก และถ่ายบ่อย ทำให้เสียน้ำมาก เมื่อทีมแพทย์เดินทางมาถึงก็พยายามรักษาอาการด้วยการให้ยารักษาลดความเดรียด ความเคลื่อนไหว ให้ยาบรรเทาอาการสำลัก เพราะปกติของสัตว์ที่เกยตื้นจะมีปัญหาการหายใจ แต่ไม่สามารถรักษาได้ จนกระทั่งช็อกตายลง
สำหรับโลมาฟันห่าง ถิ่นอาศัยจะพบมากบริเวณไหล่ทวีป หรือในทะเลเปิดนอกน่านน้ำไทย สาเหตุที่ว่ายน้ำเข้ามาในทะเลประเทศไทย ซึ่งใน 23 ปีนี้พบมาแล้วจำนวน 3 ตัว คือ จ.ภูเก็ต, จ.สตูล และ จ.ระยอง โดยในปีนี้พบที่จังหวัดเป็นตัวแรก และอยู่ในสภาพที่ยังมีชีวิต ทั้งนี้ เหตุที่โลมาฟันห่างจะเข้ามาในประเทศไทยได้ เพราะมีอาการป่วย และถูกคลื่นลมแรงซัดเข้ามา เนื่องจากร่างกายอ่อนแอไม่สามารถโต้คลื่นลมเข้าไปหาที่หลบคลื่นลมได้ จึงมักจะพบในช่วงมรสุมทุกครั้ง และตายทุกตัว แต่ครั้งนี้ถือเป็นตัวแรกที่พบในขณะยังไม่ตาย ซึ่งทางทีมสัตว์แพทย์จะนำซากกลับไปผ่าพิสูจน์ที่ จ.ภูเก็ตต่อไป