จากกรณี เรืออากาศโทแพทย์หญิง นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี แพทย์รพ.รัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง พร้อมผู้เสียหายรวมกว่า 10 คน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากกรณี เรืออากาศโทแพทย์หญิง นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี แพทย์รพ.รัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง พร้อมผู้เสียหายรวมกว่า 10 คน ประกอบด้วยหลากหลายอาชีพ เช่น แพทย์ วิศวกร ทหาร สจ๊วต และอาจารย์มหาวิทยาลัย รวมตัวกันเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อเอาผิดกับ ว่าที่นาวาตรีหญิง พญ.พรรณรัตน์ จันทรมณี แพทย์ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมการแพทย์ทหารเรือ หลังถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในบริษัท วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด ย่านตลิ่งชัน แต่พอลงทุนจริงกลับไม่ได้รับผลตอบแทนทุกเดือนตามที่กล่าวอ้าง ทวงถามถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่าบัญชีถูกอายัดและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกองปราบปราม ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะแนะนำให้ไปแจ้งความที่ บก.ปอศ. เนื่องจากเป็นการฉ้อโกงเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 เมษายน พ.ต.อ.ปภัชเดช เกตุพันธ์ รอง ผบก.ปอศ. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ.สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ บก.ป. (คอมมานโด) เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง นำหมายค้นศาลจังหวัดตลิ่งชัน เข้าทำการตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 18 ซอยพัฒนา 6 ถนนพัฒนา แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน เพื่อตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ภายหลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านพักของ ว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์
 จากการตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าวพบมีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด พื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา ภายในบ้านไม่มีผู้อยู่อาศัย เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญเพื่อนบ้านมาเข้าร่วมในการตรวจค้นเพื่อเป็นพยาน 

จ่อหมายจับ "หมอโกงหมอ"
ปอศ.ร่วมคอมมานโด-ปปง.
บุกค้น บ.ทัวร์หาหลักฐานย่านตลิ่งชัน


ทั้งนี้จากการตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าวไม่พบเอกสารหลักฐานต่างๆเกี่ยวกับคดีเนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่ารวมถึงเอกสารสำคัญต่างๆภายในบ้านออกจนหมด เหลือเพียง เสื้อผ้า รองเท้าและของใช้บางอย่าง
พ.ต.อ.ปภัชเดช กล่าวว่า สำหรับการตรวจค้นในวันนี้(20 เม.ย.)ก็เพื่อต้องการหาหลักฐานเอกสารบางอย่างเพิ่มเติม หลังจากสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านพักของแพทย์หญิงผู้ถูกกล่าวหาและนายโจ้ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม และมีการเปิดใช้เป็นสำนักงานบริษัททัวร์ (วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด) ที่ใช้ในการหลอกลวงตบตาเหยื่อตามคำให้การของกลุ่มผู้เสียหาย

จ่อหมายจับ "หมอโกงหมอ"
ปอศ.ร่วมคอมมานโด-ปปง.
บุกค้น บ.ทัวร์หาหลักฐานย่านตลิ่งชัน


อย่างไรก็ตามจากการตรวจค้นไม่พบเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีใดๆ เนื่องจากสิ่งของสำคัญต่างๆภายในบ้านถูกขนย้ายออกไปก่อนหน้านี้หมดแล้ว แต่พบว่าภายในบ้านดังกล่าวมีการตกแต่งห้องพักให้คล้ายกับสำนักงานออฟฟิศ ทั้งนี้เมื่อสอบถามเพื่อนบ้านและผู้คนที่อยู่ในละแวกข้างเคียงทราบว่า ไม่พบเห็น แพทย์หญิงและแฟนหนุ่ม กลับเข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าวได้ประมาณ 3-4 สัปดาห์ก่อนหน้านี้แล้ว โดยปกติแล้วที่บ้านหลังดังกล่าวจะมีรถยนต์จอดอยู่ภายในบ้านและบริเวณหน้าบ้านจำนวน 5 คัน
พ.ต.อ.ปภัชเดช กล่าวว่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าระหว่างประเทศของแพทย์หญิงคนดังกล่าว พบว่า มีการเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบุคคลภายในครอบครัวไปยังประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่เมื่อช่วงก่อนเทศสงกรานต์ ซึ่งคาดว่าแพทย์หญิงคนดังกล่าวอาจจะเริ่มรู้ตัวว่า อาจจะถูกดำเนินคดีหลังเห็นข่าวคดีฉ้อโกงของซินแสโชกุน กลายเป็นข่าวครึกโครม 
อย่างไรก็ตามในส่วนของการดำเนินคดีนั้นขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญา ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ในข้อหา " พรก.แชร์ลูกโซ่หรือ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน" จำนวน 3 คน ประกอบด้วย ว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์ จันทรมณี นายโจ้ แฟนหนุ่ม และ นางผ่องพรรณ ไม่ทราบนามสกุล หลังพยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้เชื่อว่าทั้ง 3 คนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดชัดเจน

จ่อหมายจับ "หมอโกงหมอ"
ปอศ.ร่วมคอมมานโด-ปปง.
บุกค้น บ.ทัวร์หาหลักฐานย่านตลิ่งชัน