เนชั่นทีวี

ข่าว

Don't Cry for Me Syria สงคราม 6 ปี ตาย 4 แสน หนีออกนอกประเทศ 5 ล้าน

07 เม.ย. 2560 | te

Don't Cry for Me Syria
สงคราม 6 ปี ตาย 4 แสน
หนีออกนอกประเทศ 5 ล้าน

ซีเรีย หรือที่มีชื่อเต็มว่า สาธารณรัฐอาหรับซีเรีย มีที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีปเอเชีย โดยมีพรมแดนติดกับหลายชาติในตะวันออกกลาง รวมถึงอิสราเอลและตุรกี โดยมีกรุงดามัสกัส เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ

ก่อนสงครามกลางเมือง ซีเรียมีประชากรประมาณ 17 ล้านคน แบ่งออกเป็นกลุ่มเชื้อชาติต่าง ๆ มากมาย โดยเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นมุสลิม และส่วนใหญ่นับถือนิกายสุหนี่ พื้นที่ของประเทศใหญ่เป็นอันดับที่ 89 ของโลก ภูมิประเทศมีทั้งพื้นที่ที่อุดมสม บูรณ์ ทะเลทราย และภูเขา
ประเทศมีประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมมายาวนานหลายพันปี อย่างกรุงดามัสกัส และเมืองอเลปโป ถือเป็นหนึ่งในชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
สำหรับประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของประเทศเริ่มขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่ออาณาจักรออตโตมาน ( ตุรกี ) พ่ายแพ้ในสงคราม ดินแดนที่อยู่ในปกครองของอาณาจักร ซึ่งก็รวมถึงซีเรีย จึงถูกถ่ายโอนให้มาอยู่ในการดูแลของมหาอำนาจตะวันตกอย่างฝรั่งเศสและอังกฤษ และหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488 กลุ่มประเทศเหล่านี้ก็ได้รับเอกราช
หลังเป็นอิสระ ซีเรียก็เข้าสู่ยุคของความวุ่นวาย เมื่อบรรดาผู้อำนาจผลัดกันเข้ายึดอำ นาจการปกครอง ตั้งตัวเป็นเผด็จการต่อเนื่องกันมา รวมทั้งยังเข้าร่วมกับชาติอาหรับอื่น ๆ ทำสงครามกับอิสราเอล ทำให้ประเทศต้องเสียดินแดนที่ราบสูงโกลันให้กับอิสรา เอล และก็ยังไม่ได้คืนจนถึงปัจจุบัน
ซีเรียเคยรวมประเทศกับอียิปต์เป็นช่วงสั้น ๆ แต่ก็เกิดรัฐประหารขึ้น ทำให้เรื่องนี้ต้องปิดฉากลง ซีเรียอยู่ภายใต้กฏอัยการศึกมาตั้งแต่ปี 2505 จนถึง 2554 ทำให้ประชาชนไม่ได้รับการคุ้มครองทางรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
สำหรับผู้นำคนปัจจุบัน บาชาร์ อัล อัสซ๊าด อยู่ในตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2543 ต่อจากฮาเฟซ อัล อัสซ๊าด พ่อของเขาที่เสียชีวิตในปีนั้น หลังจากที่ปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 2513

Don't Cry for Me Syria
สงคราม 6 ปี ตาย 4 แสน
หนีออกนอกประเทศ 5 ล้าน


จากกระแสอาหรับสปริงที่ไหลเข้ามาในซีเรียเมื่อปี 2554 ที่บรรดาประชาชนออกมาแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลของพวกเขาด้วยการประท้วงและก่อจลาจล ผู้นำซีเรียได้ปราบปรามการประท้วงอย่างรุนแรง และด้วยการสนับสนุนจากต่างชาติ กลุ่มผู้ประท้วงได้จับอาวุธลุกขึ้นสู้กับรัฐบาลจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ
ท่ามกลางกระแสความวุ่นวาย กลุ่มหัวรุนแรงในอิรัก ที่ต่อมาเปลี่ยนชื่อมาเป็นกลุ่มไอเอส ได้ย้ายฐานจากอิรักเข้ามาในซีเรีย และออกอาละวาดหนักในทั้งซีเรียและอิรัก เล่นงานทั้งฝ่ายรัฐบาลและกบฏ จนเกือบจะยึด 2 ประเทศนี้ได้ ร้อนถึงรัสเซีย ต้องส่งกองทัพมาช่วยถล่มจนทั้งกลุ่มไอเอส และกลุ่มกบฏอ่อนแรงไปมากในปัจจุบัน
ท่ามกลางสงครามกลางเมืองซีเรียที่กำลังดำเนินไป มีการนำเอาอาวุธเคมีมาใช้โจมตีอยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยมีหลักฐานใดที่ชี้ชัดว่า เรื่องนี้เป็นการดำเนินการของฝ่ายใดกันแน่
สงครามที่ดำเนินมากว่า 6 ปี คร่าชีวิตผู้คนไป 3-4 แสนคน มีผู้อพยพมากมาย และหลายคนมุ่งหน้ามาลี้ภัยในยุโรป ก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ด้านผู้อพยพลี้ภัยกับยุโรปขนานใหญ่ บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอายุนับพันปี ถูกทำลายยับอย่างน่าเสียดาย
แต่สุดท้ายแล้ว ท่ามกลางความกังขาเหล่านั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐก็ตัดสินใจส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์ค 59 ลูกไปถล่มฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งของซีเรีย นำไปสู่กระแสความหวาดวิตกเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่อาจจะเกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด