เสน่ห์ของที่นี่คือสะพานไม้เก่าแก่ที่ยื่นออกไปกลางทะเลประมาณ 100 เมตร ครั้งหนึ่งเคยมีผูกพันเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่กลางทะเล แม้จะชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา สะพานไม้บางช่วงถูกคลื่นซัดกัดเซาะได้รับความเสียหายแต่ยังคงเหลือร่องรอยเค้าโครงเดิม ให้ผู้มาเยือนได้รำลึกถึงอดีตเมื่อครั้งธุรกิจเหมืองแร่รุ่งเรือง ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเดินทางมาถ่ายภาพ พระอาทิตย์ยามเย็นคู่กับสะพานไม้ แม้ช่วงนี้จะไม่ค่อยเห็นเนื่องจากมีเมฆมาบดบังเพราะกำลังเข้าสู่หน้าฝน แต่ความสวยงามก็ไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด
ชายทะเลบ้านเขาปิหลาย จึงกลายเป็นอีกทางเลือกของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเที่ยวทะเลอย่างรู้เท่าทันภัยพิบัติร่วมรำลึก 12 ปี สึนามิ