เนชั่นทีวี

ข่าว

เงินหยวนอ่อนค่าต่ำสุดในรอบปี ท่ามกลางความตึงเครียดมากขึ้นระหว่างจีน-สหรัฐ

13 ธ.ค. 2559 | te

เงินหยวนอ่อนค่าต่ำสุดในรอบปี ท่ามกลางความตึงเครียดมากขึ้นระหว่างจีน-สหรัฐ

โดนัลด์ ทรัมป์ บอกปัดยึดนโยบายจีนเดียว เพราะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับสหรัฐ กำลังจะเป็นสงครามวิวาทะโต้ตอบกันระหว่างจีน-สหรัฐ และทำให้เกิดความตึงเครียดมากขึ้นกดดันเงินหยวนอ่อนค่าร่วงลงแตะ 6.91 ต่อดอลลาร์ รวมถึงดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิตร่วงลง 2.5% หลุดระดับ 3,200 เมื่อวันจันทร์ โดยทางการจีนยืนยันจะไม่ยอมให้ทรัมป์นำมาใช้เป็นเงื่อนไขมาบีบเรื่องการเจรจาทางการค้าและในเรื่องความมั่นคง

1.เงินหยวนอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบปีนี้อีกครั้งที่ 6.91 ต่อดอลลาร์ และดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิตร่วงลง 2.5% หลุดระดับ 3,200 มาปิดที่ 3,152 ขณะที่หั่งเส็งฮ่องกงร่วงลงกว่า 327 จุด หรือลบ 1.44% เมื่อวันจันทร์ ท่ามกลางความตึงเครียดมากขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐ
โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ได้แถลงว่าทางการจีนมีความกังวลต่อถ้อยแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์ ในเรื่องของนโยบายจีนเดียว ที่ทรัมป์ระบุกับฟ็อกซ์ นิวส์ว่า ไม่เข้าใจเหตุผลที่สหรัฐต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้ เว้นเสียแต่ว่าสหรัฐได้ผลประโยชน์จากข้อตกลงต่างๆ กับจีน เช่นเรื่องการค้า
ทั้งที่นโยบายจีนเดียวนั้นเป็นรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์เคารพต่อหลักการดังกล่าว โดยเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม ทรัมป์ได้สนทนาผ่านทางโทรศัพท์กับไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ท้งที่สหรัฐได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันมาตั้งแต่ปี 1979 ขณะที่ไต้หวันแยกตัวจากจีนเมื่อปี 1949 แต่จีนยึดถือไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งเท่านั้น

2.ทำท่าจะเป็นมินิซีรีส์ภาค 2 ที่น่าจับตามองเมื่อทรัมป์เตือน CIA อย่ามาสรุปอะไรให้ตรรับรู้อะไร เพราะว่าตนเองฉลาดอยู่แล้ว หลังจากที่วอชิงตันโพสต์ตีแผ่รายงานข่าวว่า CIA ประเมินผลการเลือกตั้งปธน.ที่มรัมป์ชนะ เพราะรัสเซียมีการแฮกข้อมูลช่วยเหลือทรัมป์นั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้อาจะกลายเป็นมินิซีรีส์ภาคต่อจาก 330,000 อิเมล์ฉาวของฮิลลารี คลินตัน ที่เอฟบีไอสหรัฐเคยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งจากการแฮกข้อมูลจากรัสเซียในช่วงก่อนหน้านี้
ขณะที่ทางด้านปธน.รัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ย้อนกลับว่า ทำไมประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างสหรัฐมีฐานะเป็นสาธารณรัฐและไม่มีอำนาจจากรัฐบาลกลางเลยหรือ ทำไมต้องมาหวั่นเกรงรัสเซียจะเข้าไปแทรกแซงขนาดนั้นเชียวหรือ

3.จากการที่ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องโดยที่ Dollar Index ยืนเหนือระดับ 101.40 และที่น่าจับตามากที่สุด บอนด์ยีลด์ 10 ของรัฐบาลสหรัฐพุ่งแตะ 2.5% สูงสุดในรอบ 17 เดือนแล้วจากแรงเทขายในตลาดบอนด์อย่างต่อเนื่อง เพราะยิ่งใกล้วันที่คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มการประชุมนัดสุดท้ายของปีนี้เป็นเวลา 2 วันในวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เกือบจะ 100% เชื่อไปแล้วว่าเหดจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้
โดยที่ตลาดเชื่อว่าเป็นเรื่องท้าทายเฟดที่อาจจะทบทวนพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ยระหว่าง 0.25-0.5% ก็ได้ เพราะแรงกดดันจากแนวนโยบายของทรัมป์ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้งบประมาณขาดดุลและมาตรการปรับลดภาษี และหลังจากนี้อาจทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกเกิดความกังวลในเรื่องเงินเฟ้อที่จะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

4.ดาวโจนส์ยังคงอยู่ในภาวะ Overbought ที่มีแรงซื้อมากเกินไป ยังคงปรับตัวสูงขึ้นทำสถิติใหม่รายวันปิดวันจันทร์ที่ 19,796 เพิ่มขึ้น 39 จุดหรือ 0.2% สวนทาง S&P 500 และ Nasdaq ปิด -0.11% และ -0.59% ตามลำดับ เช่นเดียวกับ 3 ตลาดหุ้นหลักในยุโรปทั้งลอนดอน แฟรงก์เฟิร์ต และเยอรมันร่วงลงในแดนลบ 0.07-0.92% เช่นเดียวกับราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลงปิดที่ 52.62 ดอลลาร์จ่อบาร์เรล และเบรนท์ปิดที่ 55.69 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองทรงตัวบวกปิดที่ 1,166 ดอลลาร์ต่อออนซ์

5.วอลล์ สตรีท เจอร์นัลด์ รายงานการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งดำเนินนโยบายผ่อนคลายสุดโต่งมาตั้งแต่ปี 2007 กำลังมีแนวคิดกลับมาทบทวนนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น หลังจากที่เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างมากนับตั้งแต่หลังเลือกตั้งปธน.สหรัฐถึง 10% มาแตะที่ 115 โดยจะเซ็ทอัตราดอกเบี้ยที่ 0% แทนที่จะใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ 0.1% ในขณะนี้
ทางด้านแบงก์พารีบาส์ของฝรั่งเศสคาดว่า หาก BOJ ปล่อยให้เงินเยนอ่อนค่าลงไปเรื่อยๆ โดยมีโอกาสที่จะร่วงลงไปถึง 125 เยนต่อดอลลาร์ตามที่เคยมองไว้ก่อนหน้านี้ การร่วงลงของเงินเยนอาจจะส่งผลในมุมกลับกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าที่แพงขึ้น และกระทบต่อภาคธุรกิจที่อาจจะลดจ้างงานและค่าจ้างลง

ข่าวล่าสุด