--12ส.ค.59--ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดและคาดฝันกันมาก่อนว่า จะเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด ในช่วง3วันที่ผ่านมา ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ว่า ทำไมผู้ก่อการ จึงเลือกวันสำคัญของชาติ เป็นวันก่อเหตุ และมีการวางระเบิดในพื้นที่เชิงสัญญลักษณ์ โดยเฉพาะที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


"PRIMETIME กับ เทพชัย" : ผ่าปม! "บึ้ม-วางเพลิงใต้" คสช.ชี้การเมืองป่วน



เหตุการณ์ทั้งหมด "ทีมข่าวไพรม์ไทม์" ได้รับการยืนยันจากฝ่ายความมั่นคงของ คสช.ที่ให้น้ำหนักปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  เเละพล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เชื่อว่า เป็นการดิสเครติดรัฐบาลมากกว่า ประเด็นการก่อวินาศกรรม 
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งการลอบวางระเบิดในพื้นที่เชิงสัญญลักษณ์ ที่อำเภอหัวหิน หรือเลือกทำในวันสำคัญของชาติ และเลือกจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวโยงกับการเมือง เป็นเป้าหมาย ทุกเหตุการณ์ถูกเชื่อมโยง โดยฝีมือของกลุ่มการเมืองภายในประเทศ "  บทสรุปที่ผ่านการประเมินจากฝ่ายความมั่นคง ของ คสช. ที่รายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา   นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร ทราบ ภายหลังจากที่ในช่วงเช้าของวันนี้ พล.อ.ประวิตร ได้เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงของทุกหน่วยราชการ เพื่อประเมินสถานการณ์ 
ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงของ คสช.เเจ้งว่า เหตุการณ์ลอบวางระเบิดและวางเพลิงครั้งนี้ น่าจะมีการสั่งการจากคนๆ เดียวหรือกลุ่มเดียว โดยให้น้ำหนักในประเด็นการเมืองมากที่สุด เพราะหากเป็นเรื่องก่อการร้าย วินาศกรรม หรือกลุ่มก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขยายพื้นที่ปฏิบัติการ จะมีความเสียหายและมีผู้เสียชีวิต มากกว่านี้ 
โดยหลักฐานชิ้นสำคัญซึ่งชุดอีโอดี หรือหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด พบวัตถุระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดเดียวกัน คือใช้โทรศัพท์มือถือจุดระเบิด และใช้ "บอล แบริ่ง" เป็นสะเก็ดระเบิด ซึ่งทำให้อำนาจในการสร้างความเสียหายน้อย เป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อการครั้งนี้ มองว่า มุ่งหวังที่สร้างความวุ่นวายมากกว่า 
การวางแผนสร้างความวุ่นวาย ในรูปแบบนี้มีการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น ในช่วงหลังการรัฐประหารของคณะมนตรีเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ที่เกิดขึ้นช่วงวันขึ้นปีใหม่ของปี 2550 เพราะได้เกิดระเบิดรอบกรุงเทพมหานคร หลายจุด ซึ่งคมช. สรุปว่า ประเด็นน่าจะมาจากฝ่ายการเมืองที่เสียประโยชน์เป็นผู้ก่อการ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของคมช. 
ตามรายงานของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สรุปสถานการณ์ระเบิด ตั้งแต่เริ่มเกิดหตุวันแรก คือวันที่ 10 สิงหาคม จนถึงเช้าวันที่ 12 สิงหาคม มีเหตุการณ์ระเบิด ใน 5 จังหวัดภาคใต้ ใน 9 เหตุการณ์  คืออำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการลอบวางระเบิดไว้ถึง 3 จุด แต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ 1 จุดเเละที่จังหวัดภูเก็ต มีระเบิดเกิดขึ้น 3 เหตุการณ์ ตั้งแต่ วันที่ 10 สิงหาคม ก่อนจะมาเกิดอีกในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ที่สวนสาธารณะโลมา และ ตู้ควบคุมการจราจร สภ.กระทู้
-จังหวัดตรัง เกิดมีการวางระเบิด ที่ตลาดนัดเซ็นเตอร์พอยท์-จังหวัดสุราษฏร์ธานี เกิดเหตุวางระเบิด ในวันนี้ ถึง 2 แห่ง -จังหวัดพังงา มีการวางระเบิด 2 ลูก หน้าตลาดบางเมียง-เหตุไฟไหม้ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และ นครศรีธรรมราช 
สรุปแล้วการลอบวางระเบิด มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 34 ราย  รายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ฝ่ายความมั่นคงของ คสช. วิเคราะห์ว่า เป็นการเลือกเวลา สถานที่ โดยมีเป้าหมายทั้งสิ้น คือ  การเลือกช่วงเวลาหลังเคารพธงชาติของวันที่ 12 สิงหาคม ให้เกิดระเบิดขึ้นที่กลางเมืองสุราษฎร์ธานี เป้าหมายเพื่อทำลายสถาบันชาติ เเละการเจาะจงเลือกจังหวัดตรังและสุราษฎร์ธานี 

ยังถูกมองได้ว่า เป็นการสะท้อนปัญหาภายในพรรคประชาธิปตย์ ที่ยังไม่เป็นปึกแผ่น ซึ่งจังหวัดตรัง เป็นบ้านเกิดของนายชวน หลีกภัย ที่มีจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี   คือฐานเสียงสำคัญของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส. ที่ประกาศหนุนร่างรัฐธรรมนูญ 
นอกจากนี้ วันที่เกิดเหตุ ยังเป็นวันคาบเกี่ยวกับวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.ประวิตร ในวันที่ 11 สิงหาคม ถือเป็นการดิสเครดิตรัฐบาล 
เเต่ที่เเน่นอนที่สุดไม่ว่าเหตุร้ายครั้งนี้จะมาจากปัจจัยใดนั้น เป้าหมายสำคัญของการก่อเหตุครั้งนี้  คงไม่พ้นการทำลายเครดิตพล.อ.ประยุทธ์เป็นเเน่เเท้