เนชั่นทีวี

ข่าว

สบส.ชี้คดี "น้องคาร์เมน" เกิดก่อนกฎหมายอุ้มบุญมีผลบังคับใช้

28 เม.ย. 2559 | lastman

สบส.ชี้คดี "น้องคาร์เมน" เกิดก่อนกฎหมายอุ้มบุญมีผลบังคับใช้

สบส.ชี้กฎหมายอุ้มบุญไทย อนุญาตเฉพาะคู่สมรสคนไทย ต่างชาติทั้งคู่ไม่มีสิทธิ์ ฝ่าฝืนโทษจำคุก แต่กรณีของน้องคาร์เมน เกิดก่อนกฎหมายอุ้มบุญ มีผลบังคับใช้ในเดือนกรฎาคม 2558

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ บอกว่ากรณีของน้องคาร์เมน ที่เกิดจากหญิงอุ้มบุญชาวไทยให้กับคู่รักเพศเดียว ถือเป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อนที่พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 30 กรกฎาคม 2558สาระของกฎหมายอนุญาตให้เฉพาะคู่สมรสชาวไทยที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย หรือเป็นคนไทยที่แต่งงานต่างชาติจะต้องจดทะเบียนสมรสมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่มีบุตร ไม่อนุญาตให้คู่สมรส ซึ่งเป็นชาวต่างชาติทั้งคู่ทำ ห้ามมีการซื้อขาย หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องมีสัญชาติไทย เป็นญาติสายตรงกับคู่สมรส มีบุตรมาแล้วเช่นกัน หากยังอยู่กินกับสามี จะต้องได้รับการยินยอมจากสามีก่อน ส่วนหญิงโสดไม่สามารถรับตั้งครรภ์ได้ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ให้บริการจะต้องตรวจประเมินความพร้อมทางร่างกายจิตใจและสภาพแวดล้อมของผู้รับบริการ และหญิงที่รับตั้งครรภ์

สบส.ชี้คดี "น้องคาร์เมน" เกิดก่อนกฎหมายอุ้มบุญมีผลบังคับใช้

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดี สบส.บอกว่า แพทย์ที่จะใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ต้องรับวุฒิบัตรจากแพทยสภาเท่านั้น หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามซื้อขายไข่ อสุจิอย่างเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท กรณีที่พบมีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นนายหน้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ 63 แห่ง ใน กทม.42 แห่ง อีก 21 แห่งอยู่ในต่างจังหวัด เช่น ปทุมธานี นนทบุรี ชลบุรี นครนายก นครศรีธรรมราช อุดรธานี

ข่าวล่าสุด