นายสมชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 เมษายน มีเพจเฟสบุ๊คกองทุนหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นได้โพสต์ข้อความ ปลุกปั่น หยาบคาย โดยมีเจตนาชัดเจนว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกคนสามารถโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นได้แต่ข้อความดังกล่าวต้องไม่เป็นข้อความที่มีความหยาบคาย โน้มน้าว หรือปั่นป่วน
สำหรับการเดินทางเข้าแจ้งความในวันนี้ นายสมชัย กล่าวว่า ไม่ได้มีเจตนาจะเอาเข้าคุก หรือ ฟ้องศาล แต่ต้องการให้เป็นตัวอย่างทางสังคมว่าควรปฏิบัติอย่างไร แสดงความคิดเห็นอย่างไร ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้อย่างสร้างสรรค์ทั้งนี้หากถามว่าแจ้งความกับใคร คงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ เนื่องจากตนไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้โพสต์นั้นเป็นผู้บริหารโพสต์เองหรือบุคคลภายในองค์กร ซึ่งตนแน่ใจว่าพยานหลักฐานที่นำมาในวันนี้มีข้อมูลที่เพียงพอ อย่างไรก็ตามตนเดินทางมาในฐานะคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้เดินทางมาด้วยเหตุผลส่วนตัว
ทั้งนี้หากพบการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว ประชาชนสามารถเข้าแจ้งความในสน.พื้นที่ได้เลย ไม่ต้องแจ้งผ่าน กกต.
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเพจเฟสบุ๊กดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่าตนไม่ทราบรายละเอียดของเพจดังกล่าว เมื่อถามว่าเมื่อช่วงเช้าที่มีการจับผู้โพสต์เฟสบุ๊กทั้ง 2 รายที่จังหวัดขอนแก่นกรณีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายสมชัย กล่าวตนยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าวเลย
ด้านพ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ตนจะสอบปากคำผู้แจ้งความรวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะสืบหาตัวบุคคลผู้ดูแลเพจ หรือผู้บริหารองค์กรในเพจดังกล่าว พร้อมเชิญตัวมาสอบปากคำ หากพบการกระทำความผิดจริงก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาพล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมายังสน.ทุ่งสองห้อง ก่อนจะเข้าห้องประชุมไปพูดคุยกับนายสมชัย จากนั้นจึงให้สัมภาษณ์ว่า ตนยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ทั้งนี้ พ.ร.บ.ประชามติมีผลบังคับใช้แล้ว การแสดงความเห็นจึงต้องอยู่ในกรอบที่พ.ร.บ.กำหนด ตนไม่กังวลว่าจะทำให้เกิดการร้องดำเนินคดีในลักษณะนี้มากขึ้น เพราะทุกอย่างอยู่บนฐานของข้อเท็จจริง ส่วนการดำเนินการหลังจากนี้จะประสานไปยังตำรวจในพื้นที่จ.ขอนแก่นให้หาตัวผู้โพสต์หรือผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อ