เด็กๆ ชุมชนป้อมมหากาฬ เดินทางมา สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับผู้ใหญ่ในชุมชนกว่า 50 คน ยื่นหนังสือ ต่อ คณะอนุกรรมการอนุรักษ์ และพัฒนาเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ ให้ทบทวนแผนอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่รอบป้อมมหากาฬ
เป็นความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น หลังจากที่ กรุงเทพมหานคร ขีดเส้น 30 วันไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ โดยชาวบ้านหวังว่า คณะกรรมการเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่ง รองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ จะมีการทบทวนการรื้อชุมชน
นอกจากจะยื่นหนังสือ ให้ทบทวนแผนไล่รื้อชุมชนแล้ว ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ บอกว่า ยังมีข้อเสนอที่จะพัฒนาชุมชนตัวเอง ให้เป็นแหล่งท่องเทียวภายใน 2 ปี โดยไม่พึ่งพางบประมาณจากรัฐ
แต่มีความเป็นไปได้ว่า การรับเงินเวนคืนที่ดิน ตาม พรก.เวนคืนที่ดินบริเวณป้อมมหากาฬ เมื่อปี 2535 ของชาวบ้าน จะถูกกล่าวอ้างจากรัฐ ว่าขัดต่อการอาศัยอยู่ต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ ชาวบ้านจะขอคืนเงินเวรคืนทั้งหมด และขอเช่าที่กรุงเทพมหานคร อาศัยอยู่ในแผ่นดินเดิม
นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มารับหนังสือข้อเรียกร้องของชาวชุมชนป้อมมหากาฬ แทน เลขาธิการที่ติดภาระกิจ โดยยังไม่มีการรับปากว่าจะบรรจุเป็นวาระในการประชุมคณะอนุกรรมการอนุรักษ์ และพัฒนาเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ หรือไม่ขึ้นกับประเด็นที่ชาวบ้านเสนอมา
การประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์ เกาะกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้ง จะประชุมขึ้นอีกครั้งในวันที่ 28 เมษายน นี้ ด้วยความหวังของชาวบ้านว่ารัฐจะทบทวนการไล่รื้อ