เมื่อเวลา 12.30 น. วันนี้ (25 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แกรนด์แคนยอน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ นายฉัตรกรินทร์ ตระกูลอินสัน ผู้ประกอบการกิจการท่องเที่ยวแกรนด์แคนยอน หางดง ได้มีการแถลงข่าว ถึงการร้องขอความเป็นธรรมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กรณีหลังจากที่มีข่าวการเกิดอุบัติเหตุโหนสลิง หรือ ZIPLINE ซ้ำซาก ที่อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้ภาครัฐมีการพิจารณาโทษให้แหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัยโหนสลิงหรือ ZIPLINE ต้องถูกปิด เพื่อให้ระบบของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นไปตามมาตรฐาน นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกาศใช้คำสั่งของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 50 ในการปิดสถานที่ท่องเที่ยวนอกจากนั้นยังใช้คำสั่งดังกล่าว สั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ที่แกรนด์แคนยอน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ตามไปด้วย เป็นเวลา 15 วันทำการ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 59 ที่ผ่านมา
นายฉัตรกรินทร์ ตระกูลอินสัน ผู้ประกอบการกิจการท่องเที่ยวแกรนด์แคนยอน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนมองว่าอุบัติเหตุรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน จากการเสียชีวิตของชาวเกาหลี เกิดจากความประมาทและลักลอบเข้ามาเล่นกันเอง โดยไม่ได้รับอนุญาติ ส่วนนั้นตนเพิ่งเข้ามาบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรมได้ประมาณ 3-4 ปีเท่านั้น อีกทั้งขณะที่เข้ามาจับธุรกิจท่องเที่ยว ก็ได้มองถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ได้มีการจ้างวานการ์ดหรือเจ้าหน้าที่ดูแลและสอดส่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน ประจำตามจุดต่างๆ มีการสร้างเรือแพไว้กลางน้ำทุกๆ 10 เมตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้สำหรับพัก เนื่องจากพื้นที่ของแกรนด์แคนยอนนั้นมีขนาดใหญ่ รวมแล้วกว่า 40 ไร่ แต่เปิดให้ใช้บริการจริงเพียงแค่ 15 ไร่เท่านั้น
อีกทั้งอุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดกับแกรนด์แคนยอน เป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อย เข็ดคัดยอก เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เกิดประมาท พลาดท่าใช้หลังลงน้ำบ้าง หรือการเล่นกันกับเพื่อนจนเกิดเหตุ แต่ไม่มีใครเสียชีวิต และทุกครั้งเมื่อเกิดอุบัติ ทางแกรนด์แคนยอน ก็ได้มีการนำตัวส่งโรงพยาบาลทุกครั้ง และให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล สอบถามสารทุกข์สุกดิบของนักท่องเที่ยว
ซึ่งการที่มีคำสั่งจากภาครัฐออกมาในครั้งนี้ตนก็เพิ่งทราบ และยังไม่มีหนังสือคำสั่งดังกล่าวส่งตรงมาถึงตน จึงเกิดความสับสนกับการออกกฏดังกล่าว แต่เมื่อมีคำสั่งออกมาแล้ว ตนก็ได้ดำเนินการควบคุมแล้วบางส่วนคือ แต่ก่อนนักท่องเที่ยวสามารถกระโดดน้ำจากหน้าผาระดับความสูง 15 เมตรได้ แต่ช่วงนี้ได้มีการตั้งป้ายห้ามนักท่องเที่ยวกระโดดจากที่สูง เล่นได้เฉพาะน้ำตามขอบเขตที่กำหนด ทำให้มีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เกิดความไม่พอใจ เนื่องจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาเที่ยวคือจะต้องได้โดดน้ำจากที่สูง โดยช่วง 2 วันที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 23-24 ก.พ.59 ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงไปราว 50% ส่งผลกระทบในเรื่องของรายได้ธุรกิจที่ทำอยู่
ทั้งนี้รายได้ส่วนใหญ่ ก็เป็นเงินค้าจ้างให้กับพนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่ที่เข้ามาทำก็เป็นวัยรุ่นจากหมู่บ้านใกล้เคียง หลังเลือกเรียนหรือหยุดเรียนก็เข้ามาทำงาน หาเงิน การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ถือเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับแรงงานซึ่งเป็นคนของชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงด้วยกันเอง
โดยในวันนี้นั้น ได้มีการทำหนังสือร่างเบื้องต้น โดยระบุถึงมาตรการต่างๆ ที่ทางแกรนด์แคนยอน หางดง ได้ใช้สำหรับดูแลนักท่องเที่ยว และยอดการบาดเจ็บของนักท่องเที่ยวที่ผ่านมา และแผนการปรับปรุงพื้นที่ในอนาคตของแกรนด์แคนยอน หางดงจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจะนำเรียนให้กับผู้ว่าราชจังหวัดเชียงใหม่ ให้พิจารณาถึงการถอดถอนการใช้คำสั่งของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 50 ปิดสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากสิ่งที่ทางผู้ประกอบการได้รับนั้นยังไม่ถูกต้องและมองว่าไม่มีความยุติธรรม ซึ่งในส่วนนี้ก็จะต้องเฝ้าติดตามกันต่อไป