กรณีนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นพ.ชลธิศ ลินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นพ.ธนวรรฒน์ โชติมา นายกสมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย และนายบัญชา บุญพยุง ทนายความสมาคมศัลยกรรมฯ ร่วมกันแถลงข่าว กรณีโครงการ Face Off ผ่าแหลก ศัลยกรรม 10 อย่างบนหน้ากระชากความแก่จาก 60 ให้เหลือ 35 Dr.Xeping โดยยืนยันว่า ดร.เซปิง ที่สร้างกระแสข่าว ไม่ใช่แพทย์ ซึ่งการใช้คำว่า Face Off ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการทางการแพทย์ศัลยกรรม ขณะเดียวกันการอวดอ้างสรรพคุณด้วยคำว่า Face Off เป็นการใช้ภาษาภาพยนตร์เพื่อหวังผลทางธุรกิจ ทำให้ประชาชนตั้งความหวังในวิวัฒนาการทางการแพทย์ไว้สูงเกินไป
ในฐานะนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย นพ.ชลธิศ จึงเรียกร้อง ให้บุคคลที่ออกมาสร้างกระแส หยุดการกระทำ เพราะทำให้เกิดความสับสน กระเเสเเรงจนมีผู้โทรศัพท์ติดต่อมาสอบถามกับทางสมาคมจำนวนมาก จึงทำการตรวจสอบประวัติจากทางแพทยสภา ปรากฏว่า ดร. รายนี้ ไม่ใช่แพทย์และแพทยสภาก็ไม่สามารถเรียก ดร.คนนี้มาสอบสวนได้ จึงปรึกษากับนายกสมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย และทนายความ จนเมื่อวันที่ 15 ก.พ.เวลา 18.00 น. เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยา ให้ดำเนินการต่อ ดร.เซปิง ในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนเอาไว้แล้ว