เนชั่นทีวี

ข่าว

"วัฒนธรรม-จุฬาฯ" ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องประกวดผ้าไทย

13 ก.ย. 2558 | jirasin_yin

"วัฒนธรรม-จุฬาฯ" ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องประกวดผ้าไทย

กระทรวงวัฒนธรรม-จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานจัดประกวดเดินแฟชั่นผ้าไทย โดย ขวัญชนก โปรดักชั่น ระบุ จุฬาลงกรณ์ฯให้ใช้พื้นที่ฟรี เพราะเห็นเป็นประโยชน์ ขณะที่ กระทรวงวัฒนธรรม ไม่ขอเข้าร่วมงานแต่แรก เผยหลังถูกสังคมโซเชียลด่า ทำให้รู้ว่า ปัญหาคืออะไร พร้อมเดินหน้าตรวจสอบ

กรณีสังคมโซเชียล โดยกลุ่มผู้ปกครองจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย ออกมาตั้งคำถาม ต่อว่าผู้จัดงานประกวดเดินแฟชั่นผ้าไทย เมื่อวันที่ 5-6 กันยายน 2558 ที่ สยามสแควร์วัน โซน ณ สยาม ซึ่งมี ขวัญชนก โปรดักชั่น เป็นแม่งาน ได้อ้างถึง กระทรวงวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มี ชิงถ้วยรางวัล  พร้อมทุนการศึกษาและรางวัลรวม 300,000 บาท ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะเชื่อว่าการจัดงานดังกล่าวฯ ไม่ใช่เป็นการส่งเสริมอนุรักษ์ผ้าไทย เครื่องแต่งกายเป็นผ้าทอโรงงาน ไม่ใช้ผ้าไทยทอมือที่เป็นภูมิปัญญาของไทย ผิดวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งต้องการให้ตรวจสอบว่า หน่วยงานที่ปรากฏชื่อมีส่วนเกี่ยวพันกับการจัดงานจริงหรือไม่ เนื่องจากทำให้ กลุ่มอนุรักษ์ผ้าไทย ในโลกโซเชียลตามภูมิภาค จะไม่กล้าเข้าร่วมการจัดงานใดๆ ที่เกิดขึ้นภายในกรุงเทพฯ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวบนโลกโซเชียล โดยเฉพาะ เฟสบุ๊คของ ขวัญชนก โปรดักชั่น พบว่า คอมเม้นต์ของกลุ่มผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้าประกวด คอมเม้นต์  ในกลุ่มจังหวัดทางภาคใต้ ภาคเหนือ ที่สอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดงาน ขณะที่กลุ่มภาคอีสานที่เริ่มตื่นตัวจากเหตุดังกล่าวก็เขียนสอบถาม 
ในขณะที่ล่าสุด เพจเฟสบุ๊คดังกล่าว ได้ชี้แจง 3 ประเด็น คือ 
1. เวทีการประกวดแฟชั่นแห่งนี้ เพียงต้องการส่งเสริมให้ความสำคัญผ้าไทย ไม่ว่าจะเป็นไทยแท้ ไทยประยุกต์ ไทยพื้นบ้านหรือไทยโรงงาน เพื่อนำไปสู่การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 
2.คณะผู้จัดไม่ได้กำหนดว่า ให้ใช้ผ้าไทยแท้ ไทยเทียม
3.การให้คะแนนนั้นไม่ได้ให้คะแนนเฉพาะเนื้อผ้าที่ใช้ แต่เน้นนำมาประยุกต์ ประมาณว่า ผ้าเทียมสกรีนเป็นลายไทย ก็ถือว่าเป็นการนำเสนอลายผ้าไทย
ส่วนเรื่องการให้คะแนน กรรมการยังให้คะแนนหน้าตาของเด็ก ท่าทาง การไหว้ เพราะผู้จัดได้วางแนวทางว่า สวมชุดผ้าไทยนำไปสู่การเป็นดารา โดยระบุผลการให้คะแนนที่สามารถการันตี จากกรรมการผู้ตัดสินประกอบด้วย 1.คุณเข็ม กฤตธีรา อนิพรวิจิตร (ในฐานะพิธีกรและศิลปิน) 2.คุณภิญโญ รู้ธรรม (ในฐานะสื่อ,สถานีโทรทัศน์) 3.คุณเนาวรัตน์ ซื่อสัตย์ (ในฐานะศิลปิน,ดาราและผู้บริหารสหมงคลฟิล์ม) 4.ผศ.ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล รองคณบดี ฝ่ายบริหาร คณะศิลปะศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ผู้เชี่ยวชาญด้านเสื้อผ้า)และ 5.คุณเบญจา กัลยาวินัย (กรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย)
นางอร ชาวจังหวัดสงขลา ซึ่งเรียกร้องให้ตรวจสอบ กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวออกมา เฟสบุ๊คดังกล่าว ได้ลบคอมเม้นจากผู้ปกครองหลายร้อยคน และล่าสุดก็พึ่งจะมาตอบและชี้แจงนั้น ในกรณีนี้ส่วนตัวคิดว่า คนจัดงาน จะทำอย่างไรก็ได้ เพราะงานนี้ผ่านไปแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นยืนยันว่า เวทีประกวดแห่งนี้แหกตาประชาชน ทำให้วงการผ้าไทยเสื่อม เพราะด้วยกระแสผ้าไทยโดย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้คนไทยหันมาสวมใส่ผ้าไทย และคำว่าผ้าไทยนั้น คือผ้าไหมไทยจากทุกภูมิภาค ทอมือ เป็นภูมิปัญหาของบรรพบุรุษ ไม่ใช่ผ้าทอโรงงาน
แน่นอนว่า หากผู้จัดงาน ได้ออกมาประกาศว่า จะมีการจัดประกวดเดินแฟชั่นแฟนซี โดยการใช้ผ้าอะไรก็ได้ แค่นี้ก็จะไม่เกิดปัญหา ซึ่งตนเองและอีกหลายครอบครัว ก็คงจะไม่เดินทางพากลุ่มเครือข่ายโอทอปเข้ามาประกวดแน่นอน แต่เมื่อมีการสอบถามนั้น เนื่องจากมีค่าประกวดแฟชั่น คนละหนึ่งพันบาท ก็ได้รับคำยืนยันว่าเป็นการประกวดผ้าไทย เอาของดีมาโชว์ จนทำให้เชื่อว่าเป็นเวทีอันทรงเกียรติ จึงได้แห่กันไปประกวด
คำตอบใน เฟสบุ๊ค นั้น เราเห็นว่า เป็นคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เหมือนกับมุดลงดินหายไปเฉยฯ แต่ในส่วนตัวก็ต้องการให้ผู้จัดงานไม่ว่าจะเป็นใครจัด หากใช้ โซเชียล โฆษณา ก็ขอให้เป็นของจริง อย่างเป็นของเทียม มีเป้าหมายวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ไม่ใช่ว่า ประกวดแฟชั่นผ้าไทย แต่กลายเป็นผ้าเทียม ซึ่งทำให้ ลงการผ้าไทยเสื่อมคุณค่า
ด้าน นางสมใจ ชาวจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังรู้สึกเสียใจไม่หาย โดยเฉพาะคำชี้แจงใน เฟสบุ๊ค นั้น ถือว่าไม่ให้ความเป็นธรรม เพราะ คอมเม้นต์ ของผู้ปกครองถูกลบไปจนหมด ในครั้งนี้จะถือเป็นบทเรียนราคาแพง ซึ่งขณะนี้กลุ่มอนุรักษ์ผ้าไทยจากทุกภูมิภาค ก็เตรียมที่จะทำการตรวจสอบ การจัดงานต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน คงจะต้องตรวจสอบแหล่งที่ไปที่มาของผู้จัดงาน เพื่อจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากับผ้าทอโรงงานแบบนี้
และเพื่อความกระจ่าง ผู้สื่อข่าว ได้สอบถามไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับคำชี้แจงจากผู้รับผิดชอบ ซึ่งยืนยันว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การจัดงานประกวดเดินแฟชั่นผ้าไทย แต่เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้จัดงานดังกล่าวฯ ได้เข้าไปขอใช้พื้นที่ในส่วนของห้างสยามสแควร์ วัน ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตพาณิชย์และอยู่ในส่วนทรัพย์สินซึ่งถือเป็นพื้นที่ดูแลของจุฬาลงกรณ์ฯเพียงเท่านั้น และการใช้พื้นที่ดังกล่าว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ใช้พื้นที่ฟรีๆ เพื่อทำกิจกรรม เพราะทางผู้จัดได้เสนอว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมีประโยชน์ต่อเยาวชน และในส่วนของผลการประกวดที่มี อาจารย์จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปร่วมนั้น ข้อเท็จจริง เพียงไปนั่งสังเกตการณ์ เพราะการให้คะแนน เป็นเรื่องของผู้จัดการทั้งหมด 
ทั้งนี้ต่อไปการจัดงานที่จะมีการอ้างกิจกรรมสาธารณะจะต้องถูกตรวจสอบเพื่อป้องกันชื่อเสียงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับคำชี้แจงไม่ต่างกัน โดยเฉพาะการจัดงานดังกล่าวฯ กระทรวงวัฒนธรรมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นและก่อนหน้านั้นก็ยืนยันว่าไม่ให้นำเอาโลโก้ไปโฆษณาหรือกล่าวถึง แน่นอนว่าก่อนหน้าที่จะปิดรับสมัครในวันที่ 30 สิงหาคม 2558 มีการนำโลโก้ กระทรวงวัฒนธรรม ไปโฆษณาทำให้ ผู้ปกครองเข้าใจผิดได้
แหล่งข่าวระบุว่า การจัดงานประกวดเดินแฟชั่นผ้าไทย กระทรวงวัฒนธรรม ได้ปฏิเสธที่จะร่วมกิจกรรมนี้ตั้งแต่แรก ดังปรากฏข้อเท็จจริงในวันจัดงาน ผู้จัด ไม่ได้กล่าวถึง กระทรวงวัฒนธรรม สาเหตุที่ไม่ร่วมกิจกรรมนั้น คงไม่สามารถตอบได้ แต่ตอบได้เพียงว่า กระทรวงวัฒนธรรม ไม่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นการกล่าวอ้างเท่านั้น ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบต่อไป
แหล่งข่าวระบุอีกว่า สำหรับปัญหานี้ถือได้ว่า การตรวจสอบจากสังคมโซเชียล มีพลังในการตรวจสอบเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี ซึ่งหากทุกคนช่วยกันค้นหาคำตอบ ความจริงก็ต้องปรากฎ ดังกรณีเวทีประกวดผ้าไทย ผู้ที่ติดตามปัญหานี้ คงจะสามารถตัดสินใจกันได้เอง และต่อไปในอนาคตหากมีการจัดในทำนองดังกล่าวอีก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรม

"วัฒนธรรม-จุฬาฯ" ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องประกวดผ้าไทย


เรียน ผู้ปกครองผู้เข้าประกวดทุกท่านตามที่ได้มีการจัดการประกวดแฟชั่นโชว์ผ้าไทยผ่านไปนั้น ขอชี้แจงว่า1.คณะผู้จัดมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญผ้าไทย ไม่ว่าจะเป็นไทยแท้ ไทยประยุกต์ ไทยพื้นบ้านหรือไทยโรงงาน เพื่อนำไปสู่การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน2.คณะผู้จัดไม่ได้กำหนดว่า ผ้าไทย ต้องเป็นผ้าไทยชนิดใด ไทยแท้ ไทยเทียม ไทยประยุกต์ หรือไทยทั้งชุด ในการประกวดมีเด็กชายคนหนึ่งใช้ชุดสูทสากลมาประยุกต์โดยใช้ผ้าลายไทยมาเป็นแถบ..เล็กน้อย ก็ถือว่า เป็นการนำผ้าไทยมาประยุกต์ใช้3.คณะกรรมการไม่ได้ให้คะแนนเฉพาะเนื้อผ้าที่ใช้..แต่เน้นที่การนำมาประยุกต์ใช้..แม้แต่ผ้าเทียมสกรีนเป็นลายไทย..ก็ถือเป็นการนำเสนอลายผ้าไทย ขอให้เป็นการส่งเสริมให้คนไทยหันมาสนใจผ้าไทย ถือว่าเป็นวัตถุประสงค์ของผู้จัดนอกจากนี้คณะกรรมการยังให้คะแนนหน้าตาของเด็ก..รูปร่าง..บุคลิกภาพ..แสดง..ท่าทาง..การไหว้..เพราะผู้จัดได้วางแนวทางว่า "สวมชุดผ้าไทยนำไปสู่การเป็นดารา"..หมายความว่า การประกวดครั้งนี้เพื่อต่อยอดเด็กที่เข้าประกวดทุกคน ไปสู่การเป็นดารา ศิลปิน ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่าคนที่ชนะการประกวดจะใส่เสื้อผ้าสวยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับรางวัลใดๆเลย..แต่กรรมการมองในหลายมิติ4.พิธีกรบนเวที พยายามเน้นประโยคที่ว่า "การตัดสินของกรรมการเป็นที่สิ้นสุด" เพราะการประชุมแนวทางการตัดสินได้ชี้แจงให้คณะกรรมการให้คะแนนทราบแล้วว่า ไม่มีการกดดันให้ใครชนะ..ให้ตัดสินตามข้อเท็จจริง ซึ่งคณะกรรมการตัดสินประกอบด้วย1.คุณเข็ม กฤตธีรา อินพรวิจิตร (ในฐานะพิธีกรและศิลปิน)2.คุณภิญโญ รู้ธรรม (ในฐานะสื่อ,สถานีโทรทัศน์)3.คุณเนาวรัตน์ ซื่อสัตย์ (ในฐานะศิลปิน,ดารา และผู้บริหารสหมงคลฟิล์ม)4.ผศ.ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล รองคณบดี ฝ่ายบริหาร คณะศิลปศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ผู้เชี่ยวชาญด้านเสื้อผ้า)5.คุณเบญจา กัลยาวินัย (กรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย)เพื่อให้เห็นว่า การตัดสินของกรรมการมุ่งเน้นเรื่องการนำผ้าไทยมาประยุกต์ใช้..เพื่อตอบโจทย์ที่ให้คนไทยหันมานิยมผ้าไทยไปประยุกต์ใช้..ไม่ใช่รณรงค์ให้นำชุดที่ประกวด..ไปใช้ในชีวิตประจำวัน..และให้โอกาสเด็กได้มีโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิง..วงการสื่อ..วงการทีวี..โดยให้กรรมการด้านบันเทิง..ด้านสื่อ..ด้านศิลปิน..ดารา นักแสดง..มีส่วนในการตัดสินเพื่อต่อยอดเด็กๆเหล่านี้สู่วงการอื่นๆต่อไปจึงใคร่ขอเรียนต่อผู้ปกครองที่ยังเข้าใจผิดเรื่องการประกวดแฟชั่นโชว์ผ้าไทย..ที่เข้าใจว่าผู้จัดจะประกวดผ้าไทย..ถ้าอย่างนั้นคงไม่ต้องใช้วิธีเดินแฟชั่นโชว์..ให้ส่งผ้าต่างๆมาประกวดกัน..การแต่งตั้งกรรมการทั้ง5แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้จัดต้องการให้เด็กๆนำเสนอในมิติต่างๆ-เพื่อให้กรรมการที่เป็นดารา..เห็นรูปร่าง..หน้าตา..แววดาราของเด็ก..-เพื่อให้กรรมการที่เป็นสื่อ..เห็นความสามารถของเด็กในการนำเสนอ..โดยการแสดง..-เพื่อให้กรรมการที่เป็นสื่อ เป็นผู้บริหารค่ายหนังค่ายละคร ค่ายสถานีโทรทัศน์..มองแววความเป็นศิลปินของเด็กว่า ถ้าท่านต้องคัดศิลปิน ดารา เข้าสังกัด ท่านอยากได้ใครจากเด็กที่เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้-เพื่อให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะตัวแทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเสื้อผ้า มาเป็นผู้ตัดสินด้านการประยุกต์ใช้ผ้าไทยจึงขอทำความเข้าใจผู้ปกครองมา ณ โอกาสนี้ด้วยhttps://www.facebook.com/Khwanchanokproduction

ข่าวล่าสุด