ดร.ธรณ์โพสต์แจงอีก "ปมดำน้ำให้อาหารปลา"
19 ก.ค. 2558 | jirasin_yin

ข่าว
19 ก.ค. 2558 | jirasin_yin

ท่ามกลางกระแส"บิ๊กดราม่า" กรณีให้อาหารปลาในแนวปะการัง มีผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลหรือไม่ ระหว่างดีเจภูมิ กับจ่าพิชิตจากเพจ Drama-addict ถึงขั้นนัดวันดีเบตกันนั้น ล่าสุด ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว Thon Thamrongnawasawat เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 58 ว่า เสาร์อาทิตย์นี้ มีหลายสื่อมาหาเรื่องการให้อาหารปลาในแนวปะการัง จึงขอสรุปว่า หากเพื่อนเรามีสุขภาพปรกติ เราเอาทองหยิบทองหยอดไปให้เพื่อนกิน แม้รู้ว่ามันจะไม่ดีต่อสุขภาพในอนาคต เราก็ยังไม่คิดอะไรมาก แต่ถ้าเพื่อนเรากำลังป่วยเป็นเบาหวาน เราจะเอาทองหยอดไปให้เธอกินหรือไม่ ?
นักวิชาการทางทะเลรายนี้ยังระบุว่า แนวปะการังในประเทศไทยกำลังป่วยหนัก ตอนนี้มีปะการังเหลือแค่ 23% และลดลงปีละ 1% (ข้อมูลกรมทะเล) แทนที่เราจะมาสงสัยว่าชั้นทำโน่นทำนี่ได้มั้ย ? เราควรสงสัยว่าจะทำอย่างไรที่ช่วยเธอได้ ช่วยให้ในอีก 20 ปีข้างหน้ายังมีปะการังให้ลูกหลานเราไว้ดูไว้ใช้หากิน !!!
ดร.ธรณ์ แชมป์รายการแฟนพันธ์แท้ "ทะเลไทย"ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวพร้อมภาพอินโฟรืกราฟฟิก ที่มีเนื้อหาว่า "เธอกำลังจะตาย อย่าสงสัยว่าทำอย่างนี้แล้วเธอจะตายไหม ควรสงสัยว่าทำอย่างไรเธอจึงจะรอด " ซึ่งปรากฎว่า ภาพดังกล่าวมีสมาชิกเฟสบุ๊คแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก
ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ดร.ธรณ์ ได้โพสต์ในเฟสบุ๊คของตนเองว่า "ขอบอกอีกครั้งในเรื่องดราม่าให้อาหารปลาในแนวปะการัง สำหรับผม มันจบไปนานแล้วครับ ด้วยเหตุผล 5 ข้อ ดังนี้"
1. กรมอุทยานประกาศมาตั้งแต่ปี 55 แล้วว่าไม่อนุญาต ผมนำถ้อยคำของท่านอธิบดีกรมอุทยานมาให้เพื่อนธรณ์อ่านชัดๆ
2. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็บอกชัดเจนว่าไม่สมควร ที่ยังประกาศห้ามทำในแนวปะการังทั่วประเทศไม่ได้เพราะตอนนั้นยังไม่มีกฎหมาย (พรบ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง) พรบ.เพิ่งออกปลายเดือนมิถุนายน ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมห้ามในแนวปะการังทั่วประเทศ
3. การประกาศมาตรการอะไรสักอย่าง ต้องประชุมกันในหมู่นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านแนวปะการังของไทย จบปริญญาเอกกันมาเกือบ 20 คน ไม่ได้เพิ่งเริ่มงานด้านนี้ เขาประชุมกันมาไม่รู้กี่ครั้งในหลายต่อหลายปีแล้วครับ
4. หากดูในสากลโลก องค์กรใหญ่ด้านแนวปะการัง เช่น reef resilience ก็มีข้อความระบุว่าการให้อาหารสัตว์น้ำโดยมนุษย์ ส่งผลกระทบ (impact) กับแนวปะการัง ผมนำมาแปะให้อ่านด้วยครับ
5. หากดูในที่อื่น ผมขอยกตัวอย่างเดียว GBRMPA (great barrier reef marine park authority) อุทยานทางทะเลใหญ่ที่สุดในโลกของออสเตรเลีย ที่ผมเคยทำงานให้ ก็มีกฎข้อบังคับระบุว่า ห้ามผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรือนักท่องเท่ียวให้ขนมปังกับปลา สำหรับทัวร์ที่คิดจะให้อาหารแบบอื่นกับสัตว์น้ำ ต้องมี permission หรือใบอนุญาตเป็นพิเศษ และต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ต่างๆ อย่างเคร่งครัด มิใช่นึกจะให้อะไรแค่ไหนอย่างไรก็ทำได้เสรี
รองคณบดี คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ระบุว่า อย่าลืมว่า GBRMP พื้นที่ 380,000 ตร.กม. แต่นักท่องเที่ยวทางทะเลน้อยกว่าไทยที่มีแนวปะการังไม่ถึง 200 ตร.กม. และสภาพของแนวปะการังโดยรวมของเขา ดีกว่าของเรามากมาย
สำหรับเมืองไทย ปะการังเราเหลือ 23% และลดลงปีละ 1% อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมอย่างมาก (ข้อมูลกรมทะเล) การออกใบอนุญาตให้อาหารปลาเพื่อการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คงเป็นไปได้ยาก เพราะแค่นี้แนวปะการังก็จะพินาศอยู่แล้ว อีกทั้งเราจะไปคุมอย่างไรว่าห้ามให้ขนมปังนะ ให้อาหารมากไปหรือไม่ ฯลฯ ลองคิดถึงความเป็นจริงในการปฏิบัติ
"ด้วยเหตุผลทุกข้อที่กล่าวมา ผมคิดว่าประเด็นนี้จบแล้ว แต่ถ้าใครต้องการคุยกันให้กระจ่าง เพื่อให้ความรู้สังคม เป็นเรื่องที่ตามแต่สะดวก ผมคงไม่ไปคุยด้วยครับ เพราะเท่าที่เขียนมาผมคิดว่าชัดเจนแล้ว และผมยังมีอีกหลายเรื่องต้องทำให้ทันครับ" ดร.ธรณ์ กล่าว