วันนี้ (22 มิ.ย. 58 )พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย เชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมประชุมฯ เพื่อกำหนดท่าทีของคณะผู้แทนไทยที่จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 39 ที่กรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน-8 กรกฎาคมนี้
โดยมี 3 สาระสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือได้แก่ กรณีมรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่ถูกคณะกรรมการมรดกโลก ให้แก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่เป็นสาเหตุให้ไทยอาจถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกที่ตกอยู่ในภาวะอันตราย ตั้งแต่คราวการประชุมปี2557 โดยตอนนี้ได้รับการยืนยันว่าทางคณะกรรมการมรดกโลก เล็งเห็นความพยายามของไทยในการแก้ไขปัญหาในทุกๆด้าน จึงยังไม่ขึ้นทะเบียน เป็นแหล่งมรดกโลกในภาวะอันตราย และค่อนข้างพอใจกับผลการดำเนินงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยที่พยายามแก้ไขภัยคุกคามที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการเสนอขึ้นทะเบียนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ 3 แต่ยังมีปัญหาการจัดการและดูแลกลุ่มชาวเขาในพื้นที่ ที่ยังมีการอพยพเคลื่อนย้ายข้ามแนวชายแดน ซึ่งพลเอกดาว์พงษ์ จะเป็นผู้ชี้แจงต่อผู้แทนสหภาพสากล ว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) ผู้แทนศูนย์มรดกโลก และภาคีสมาชิกเกี่ยวกับประเด็นต่างๆที่ฝ่ายไทยได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้ว ด้วยเอกสาร โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาการจัดการและดูแลกลุ่มชาวเขาในพื้นที่ ที่ยังมีการอพยพเคลื่อนย้าย ข้ามแนวชายแดน
และกรณีนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่คณะกรรมการมรดกโลก ขอให้ไทยดำเนินการใน 6 ประเด็นเกี่ยวกับการฟื้นฟูโบราณสถาน และระงับการก่อสร้างที่อาจกระทบต่อคุณค่าความโดดเด่นระดับสากลแหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากมีการบูรณะหลังน้ำท่วม โดยขาดความชำนาญของช่างฝีมือในการอนุรักษ์ ทั้งนี้ กำหนดให้ไทยรายงานสถานภาพต่อศูนย์มรดกโลก ภายในวันที่ 1ธ.ค.2559 เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาในการประชุมครั้งที่ 41 ในปี 2560