สำนักข่าว AP รายงานอ้างการเปิดเผยของผู้โดยสารของเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งของการบินไทย ว่า หลังจากเครื่องบินลงจอดที่สนามบินกาฎมัณฑุ ของเนปาล เพียงไม่นาน ผู้โดยสารทุกคนก็ต้องประหลาดใจ เมื่อกัปตันประกาศว่า หอบังคับการบินไม่มีเจ้าหน้าที่เหลืออยู่เลย ซึ่งหมายความว่า เครื่้องบินจะแท็กซี่ต่อไปได้อีกไม่ไกล และต้องติดค้างอยู่บนทาร์แม็ค

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


ส่วนนักบินมีเวลาครึ่งชั่วโมง ในการอธิบายว่า เจ้าหน้าที่หอบังคับการบินไม่อยู่แล้ว หลังเกิดอาฟเตอร์ช็อค ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายครั้ง ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประเทศที่เต็มไปด้วยเทือกเขาแห่งนี้ นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 และคร่าชีวิตประชาชนไปแล้วกว่า 2,500 คน
ในระหว่างเจ้าหน้าที่สนามบินตรวจสอบสภาพทาร์แม็คว่า มีความเสียหายหรือรอยแยกหรือไม่ ก็เกิดการโต้เถียงภายในห้องโดยสาร เมื่อพนักงานต้อนรับประจำเครื่องบิน ได้บอกให้นักธุรกิจชาวคนคนหนึ่ง ปิดโทรศัพท์มือถือ แต่เขากลับตะคอกใส่ และบอกว่า เขากำลังคุยกับครอบครัวและอยากรู้ว่า ภรรยาและลูกสาวของเขาสบายดีหรือไม่
นักธุรกิจชาวจีนคนนี้ คือ จุน ซุน ทำงานอยู่ในวงการอุตสาหกรรมโทรคมนาคมสื่อสาร และเพิ่งเดินทางกลับจากการประชุมที่กรุงเทพฯ เขาพยายามติดต่อภรรยาเพราะอยากรู้ว่า เธอกับลูกสาววัย 10 เดือนอยู่ที่ไหน แต่ติดต่อไม่ได้เพราะปัญหาความคับคั่งของเครือข่าย
ก่อนหน้านี้เขาได้พูดคุยกับเธอไม่กี่วินาทีผ่านเครือข่ายโซเชียล มีเดีย ภาษาจีน "WeChat" ทำให้เขาทราบว่า เธอยังมีชีวิตอยู่ แต่เขาก็ยังต้องการนำครอบครัวออกจากเนปาล เพราะคิดว่าไม่ปลอดภัยเหตุการณ์เลวร้ายกว่านี้ อาจจะยังไม่เกิดขึ้นก็ได้
นักธุรกิจชาวจีนคนนี้ ยังได้เปิดภาพในโทรศัพท์มือถือ ที่แสดงให้เห็นอาคารอพาทเม้นท์หลายชั้นที่เขาพักอาศัยอยู่กับครอบครัวมีรอยแตกขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อเครื่องบินได้รับไฟเขียวให้วิ่งต่อไป ก็พบว่า มีเครื่องบินลำเลียงทหารลำใหญ่ของอินเดีย มีทหารยืนอยู่จำนวนมาก ขณะกำลังขนถ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์และมีรถเข็นที่เต็มไปด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง
บริเวณสนามบิน เต็มไปด้วยผู้โดยสารหลายร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว ยืนอยู่ด้านหลังผนังกระจกของอาคารผู้โดยสาร ด้วยความหวังที่จะโดยสารเครื่องบินออกไป บางคนใบหน้าปิดพลาสเตอร์ยาขนาดใหญ่ มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างชาตินั่งรวมกันเป็นกลุ่มๆ กำลังวางแผนปฏิบัติภารกิจในกรุงกาฎมัณฑุ หลังจากนั้น ก็มีหลายเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการอีก
สภาพภายในอาคารผู้โดยสาร พบว่า นอกจากกระบวนการศุลกากรแล้ว อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรที่ปกติ เพราะศูนย์จองโรงแรมก็ว่างเปล่า จุดแลกเงิน เยติ ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่เช่นกัน ส่วนบริเวณลานจอดรถก็ไม่มีแท็กซี่เลยแม้แต่คันเดียว มีชาวอินเดียที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและท้อแท้หลายพันคนเข้าแถวยาวเหยียด ด้วยความหวังจะขึ้นเที่ยวบินอพยพที่รัฐบาลของพวกเขาจัดหาไว้ให้
ชาวอินเดียคนหนึ่ง บอกว่า เขาและครอบครัวเดินทางมาเที่ยว 4 วัน และมีกำหนดกลับตั้งแต่วันเสาร์ แต่เที่ยวบินถูกยกเลิก และต้องนอนกันกลางแจ้ง และอยากกลับบ้านเพราะความกลัว ส่วนอีกคนหนึ่ง บอกว่า ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำดื่ม เขาทั้งหิวและนอนไม่หลับเพราะความกลัว