นายกรัฐมนตรีรัสเซียย้ำ ไม่ยุ่งการเมืองไทย

ดิมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสุทธิชัย หยุ่น ยืนยันเคารพการแก้ปัญหาการเมืองของไทย ไม่แทรกแซง ส่วนปัญหานักท่องเที่ยวรัสเซียลดลง นายกฯมองเป็นปัญหาระยะสั้น
ข่าว
เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (8 เมษายน 2558 ) นายดิมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซียได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล หลังจากในช่วงเช้าได้พบกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้พบปะหารือกับนักธุรกิจจากทั้งสองประเทศและให้สัมภาษณ์พิเศษกับเครือเนชั่นก่อนเดินทางกลับในเวลา 19.00 น.
ในการหารือกับนักธุรกิจวันนี้ คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย กล่าวว่า แม้ว่าไทยกับรัสเซียมีความสัมพันธ์กันมายาวนานกว่า 117 ปี แต่ก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเท่านั้น การค้าการลงทุนของภาคเอกชนยังคงมีน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าอื่นๆ โดยหลังถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกในปีที่แล้ว รัสเซียก็หันมาให้ความสำคัญกับประเทศในเอเชียมากขึ้น
ซึ่งนักธุรกิจไทยมองว่าสินค้าเกษตร อาหาร ยางรถยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์คือธุรกิจที่มีโอกาสเข้าไปลงทุนในรัสเซีย ขณะเดียวกันน้ำมัน ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานคือโอกาสที่รัสเซียสามารถเข้ามาลงทุนในไทยได้ ส่วนอุปสรรคในปัจจุบัน คุณเกรียงไกรมองว่า กำแพงภาษาและการขาดแคลนสาขาธนาคารไทยในรัสเซียคือปัญหาหลักที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีรัสเซียได้เปิดโอกาสให้คุณสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่นเข้าสัมภาษณ์ นับเป็นสื่อเพียงรายเดียวในประเทศไทยที่ได้มีโอกาสซักถามผู้นำรัสเซียในหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องรัฐประหาร นายเมดเวเดฟตอบว่า รัสเซียให้ความเคารพเพราะมองเรื่องนี้เป็นกระบวนการภายในประเทศที่ควรแก้ปัญหาด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม การกลับไปใช้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ จะทำให้ภาพลักษณ์ของไทยในเวทีนานาชาติดีขึ้น
ด้านการค้า นายเมดเวเดฟกล่าวว่า ไทยเป็นประเทศพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนเพราะมีมูลค่าการค้าร่วมกันถึง 5 พันล้านดอลลาร์ (1.6 แสนล้านบาท) และหวังที่จะผลักดันให้ไปถึงหลัก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีหน้า โดยสินค้าเกษตรคือสิ่งที่รัสเซียให้ความสนใจ ขณะที่รัสเซียก็หวังที่จะเข้ามาลงทุนในไทยทางด้านการแพทย์ การทหาร และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมแย้มว่าในอนาคตไทยและรัสเซียอาจมีการเจรจาตั้งเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอระหว่างกัน แต่เรื่องนี้ต้องใช้เวลา
ส่วนการท่องเที่ยวในไทยโดยเฉพาะพัทยาที่เปรียบเสมือนกับ Russian Town ของชาวรัสเซียในไทย คุณสุทธิชัยถามว่าค่าเงินรูเบิ้ลที่มีปัญหาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วได้ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง ซึ่งนายกฯ รัสเซียตอบว่า ไทยยังคงเป็นประเทศอันดับ 1 ในดวงใจของนักท่องเที่ยวรัสเซียแม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงไปถึง 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้วก็ตาม
นายเมดเวเดฟกล่าวอีกว่า ช่วงนี้ค่าเงินรูเบิ้ลเริ่มฟื้นตัวแล้วหลังจากที่ธนาคารกลางรัสเซียตัดสินใจปล่อยลอยตัวค่าเงินแม้ว่าจะส่งผลกระทบกับคนส่วนหนึ่งก็ตาม แต่ค่าเงินที่อ่อนก็ทำให้การส่งออกของประเทศดีขึ้น ซึ่งมาตรการนี้เขากล่าวว่าก็เหมือนกับที่ไทยนำมาใช้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 นั่นเอง
สำหรับประเด็นระหว่างประเทศ คุณสุทธิชัยได้ซักถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการคานอำนาจสหรัฐฯ ต่อนโยบาย ปักหมุดเอเชีย และประเด็นสงครามกลางเมืองยูเครน ซึ่งนายเมดเวเดฟตอบว่า รัสเซียดำเนินนโยบายจากการตัดสินใจของรัสเซียเองไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ส่วนปัญหายูเครน เขามองว่าการเจรจาอย่างสันติคือหนทางที่ดีที่สุด ซึ่งปัญหานี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลยูเครน รัสเซียไม่อาจเข้าไปแทรกแซงได้ แต่ก็พร้อมช่วยหากยูเครนร้องขอ
ก่อนจบการสนทนา คุณสุทธิชัยยังได้ซักถามถึงประเด็นส่วนตัวอย่างการดูแลสุขภาพด้วย ซึ่งนายเมดเวเดฟเปิดเผยว่า เขาออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เล่นสกี และโยคะบ้าง ส่วนงานอดิเรกอื่นๆ เขามีความสนใจในดนตรีร็อค เช่น วงพิงค์ฟลอยด์ และ ดีพเพอร์เพิล เป็นต้น