คณะทำงานร่วมฯ อสส.-ป.ป.ช. ถกนัด 4 คดีอาญาจำนำข้าว ยิ่งลักษณ์ เห็นร่วมสอบผู้กล่าวหา-นักวิจัย TDRI ปม จีทูจี และหาหลักฐานเพิ่ม คาดเสร็จทัน ม.ค. 2558

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานร่วมพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าว ระหว่างฝ่าย ป.ป.ช. และฝ่ายอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ประชุมร่วมกันเป็นครั้งที่ 4  โดยหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมร่วม นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า คณะทำงานฝ่าย อสส. เห็นด้วยกับความเห็นของคณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช. ที่จะรวบรวมพยานเอกสารเกี่ยวกับข้อสั่งการของผู้ถูกกล่าวหา หนังสือโต้แย้งของ ป.ป.ช. หนังสืออนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว หนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รายงานการวิจัยโครงการรับจำนำข้าว รวมทั้งคำอภิปรายไม่ไว้วางใจ และสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ส่วนนายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวว่า ที่ต้องไต่สวนพยานเพิ่มเติมในเรื่องการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพื่อให้ได้ความชัดเจนนั้น คณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช. พิจารณาเห็นชอบตามคณะทำงานฝ่าย อสส. โดยจะให้พนักงานสอบสวนฝ่าย อสส. จัดพนักงานอัยการไปร่วมไต่สวนทุกครั้ง เมื่อได้พยานหลักฐานครบ พนักงาน อสส. จะได้เสนอให้ อสส. พิจารณาว่าควรดำเนินคดีอาญาให้หรือไม่ และจะนำความเห็นของ อสส. เสนอต่อที่ประชุมคณะทำงานร่วมฯครั้งหน้า ซึ่งจะดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว และยังไม่ได้กำหนดนัดประชุมในครั้งต่อไปไว้ ส่วนในเรื่องของการหาเอกสารหลักฐานเพิ่มนั้น ให้คณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช. ตั้งพนักงานฝ่าย ป.ป.ช. ดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การสอบพยานเพิ่มประเด็นจีทูจีมีความเกี่ยวโยงกันอย่างไรกับกรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหาย นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เนื่องจากในเอกสารรายงานการไต่สวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งให้ อสส. ยังมีข้อขัดแย้งกันอยู่บางส่วน ในประเด็นเรื่องการระบายข้าวจีทูจี จึงต้องไต่สวนพยานให้ชัดเจนเพื่อให้สำนวนสมบูรณ์
ขณะที่นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช. กล่าวว่า เดิมที่ทางผู้สื่อข่าวทราบกันว่าประเด็นเรื่องระบายข้าวแบบจีทูจี ซึ่งเป็นเรื่องทุจริตนั้นอาจไม่ใช่ประเด็นโดยตรง แต่ทั้งนี้สำนวนการไต่สวนคดีของผู้ถูกกล่าวหา มีพยานบุคคลอย่างน้อย 2 คนที่พูดถึงกรณีนี้ขัดหรือแย้งกันอยู่ ดังนั้นจึงเห็นควรสอบปากคำพยานบุคคลที่เห็นว่าขัดแย้งกันให้มีความชัดเจน
"แต่ถ้าถามว่าเกี่ยวกับคดีนี้หรือไม่นั้น ก็คงไม่ เพราะเรามีคดีทุจริตจีทูจีโดยตรงอยู่แล้ว แต่ที่ต้องทำให้ปรากฏ เพราะมีพยานส่วนหนึ่งพูดถึง แต่ไม่เกี่ยวกับกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งถ้าในส่วนการสอบพยานเรื่องจีทูจีได้ข้อเท็จจริงชัดเจนแล้ว จะสามารถพิจารณาสำนวนให้สมบูรณ์ได้" นายสรรเสริญ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าไม่มีประเด็นจีทูจีจะไม่สามารถฟ้อง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ได้ใช่หรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า ประเด็นหลัก ๆ มีอยู่ แต่ในส่วนของการระบายข้าวแบบจีทูจีนั้นมีอยู่นิดเดียว ถ้าสอบเพิ่มให้ครบถ้วนแล้วนำเสนอข้อเท็จจริงต่อศาล ควรมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ซึ่งจริง ๆ มีอยู่แล้วแต่อาจขัดกันอยู่ ดังนั้นต้องทำที่มันขัดให้ชัดเจน สำนวนจึงน่าจะสมบูรณ์ 
ส่วนความจำเป็นที่ต้องขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมนั้น นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ในเรื่องการหาหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนใหญ่ที่เราขอไม่ได้ขอแบบเป็นทางการ และในการดำเนินคดีนี้ใช้ระบบไต่สวน เพราะฉะนั้นในส่วนของผู้แทน ป.ป.ช. กับผู้แทน อสส. จำเป็นต้องหาหลักฐานร่วม เพื่อให้สำนวนสมบูรณ์ที่สุด และนำเสนอต่อศาลได้
ทั้งนี้ นายสรรเสริญ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เราเห็นพ้องต้องกันหมด เราจะไม่ขัดกันแล้ว นี่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ทำตรงกัน และที่ประชุมได้มีมติมอบหมายแล้วว่า ให้ผู้แทนฝ่าย ป.ป.ช. คือตนทำหนังสือหาหลักฐานเพิ่ม ส่วนฝ่าย อสส. ก็มอบหมายผู้แทนไปสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าไม่ได้ใช้เวลานาน เพราะทางที่ประชุมพยายามบอกว่า คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน จึงต้องทำให้รวดเร็ว เพื่อให้สังคมกระจ่าง และถ้าเรามีมติอย่างนี้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พยานทั้ง 2 ปากที่ต้องสอบเพิ่มเติมนั้น คือ ผู้กล่าวหา กับนักวิจัยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ที่ถึงจะเป็นประเด็นที่ค่อนข้างเล็ก แต่ก็ต้องดำเนินการเพื่อให้สำนวนสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าการสอบพยานทั้ง 2 ปากนั้นจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2558  ส่วนเอกสารหลักฐานคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือน ก.พ. 2558  
ทั้งนี้นายสรรเสริญกล่าวว่าหลังจากไต่สวนพยานหลักฐานต่างๆเสร็จสิ้นแล้วคาดว่า อสส. จะดำเนินการส่งฟ้องให้