นายกรัฐมนตรีเบนยามิน เนทันยาฮู แถลงเมื่อวานว่าประนามเหตุการณ์ที่คนร้ายใช้ปืน มีด และขวานโจมตีชาวยิวขณะสวนดมนต์ตอนเช้าในโบสถ์คริสต์นิกาออร์โธดอกซ์ในย่านฮาร์นอฟทางฝั่งตะวันตกของเยรูซาเล็มเมื่อเช้าวันอังคาร ทำให้แรบไบหรือนักสอนศาสนา 4 คนและตำรวจ 1 นายเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีก 7 คน ก่อนที่คนร้ายชาวปาเลสไตน์สองคนถูกตำรวจยิงเสียชีวิต
เหตุโจมตีโบสถ์ยิวครั้งนี้เป็นครั้งนองเลือดที่สุดในเยรูซาเล็มในรอบ 6 ปี การโจมตีศาสนสถานเช่นนี้แทบไม่เคยมีมาก่อน ผู้เสียชีวิต 3 คนถือสัญชาติอิสราเอลและอเมริกัน และอีกคนถือสัญชาติอังกฤษ
นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะตามล้างแค้นผู้ก่อการร้ายทุกคน และคนที่ต้องการขับไล่ชาวยิวไปจากดินแดนอิสราเอลและเยรูซาเล็มจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ นอกจากนี้อิสราเอลจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในการสู้รบแย่งชิงนครเยรูซาเล็ม และเขาได้ส่งทหารไปรื้อทำลายบ้านของคนร้ายชาวปาเลสไตน์ทั้งสองคนด้วย
ขณะที่นายยิตซัก อาโฮโรโนวิตช์ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะอิสราเอล ประกาศจะผ่อนปรนมาตรการควบคุมการครอบครองอาวุธเพื่อการป้องกันตัว ซึ่งอาจจะมีผลบังคับใช้ในอีกไม่ช้า
อิสราเอลเข้ายึดครองดินแดนเวสต์แบงก์รวมถึงฝั่งตะวันออกของนครเยรูซาเล็มเมื่อปี2510 และเป็นชนวนขัดแย้งจนถึงปัจจุบัน และสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นนับจากอิสราเอลประกาศขยายนิคมชาวยิว และการอ้างสิทธิเข้าใช้เทมเปิล เมาท์ ที่ตั้งมัสยิด อัล-อัคซอ ศานสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสามของชาวมุสลิมทั่วโลก
กลุ่มหัวรุนแรงฮามาสของปาเลสไตน์ ที่ปกครองฉนวนกาซา ระบุว่า เหตุโจมตีโบสถ์ยิวเป็นการตอบโต้ที่สาสมกับการที่อิสราเอลยึดดินแดนฝั่งตะวันออกของเยรูซาเล็มและการเสียชีวิตของคนขับรถปาเลสไตน์ในเยรูซาเลมตะวันออก ที่ปาเลสไตน์บางส่วนปักใจเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม ฮามาสระบุด้วยว่าจะมีการลุกฮือต่อต้านอิสราเอลยิ่งกว่านี้อีกในเยรูซาเล็ม
ขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามรของสหรัฐประณามเหตุโจมตีโบสถ์ยิว และเรียกร้องให้ทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ร่วมมือกันลดความตึงเครียด หลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรง และผลักดันแผนสร้างสันติภาพ