เนื่องจากจะมีพายุโซนร้อนเข้ามายังประเทศไทยอีกระลอกหนึ่ง ว่าจะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะที่อำเภอผักไห่ เสนา และบางบาล เกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำไหลเข้าท่วมใต้ถุนบ้าน ซึ่งเป็นภาวะปกติที่ 3 อำเภอดังกล่าวจะได้รับผลกระทบเป็นประจำทุกปี แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจกำชับให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม จากการขึ้นเฮลิคอปเตอร์กับหน่วยบริการฝนหลวงพบว่าปริมาณน้ำในพื้นที่ยังไม่น่าวิตก
"อำเภอเสนา ผักไห่ และบางบาล น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 1,000 หลังคาเรือน เนื่องจากคลองโผงเผง หรือคลองบางหลวง มีลักษณะเอียง ราบลุ่มและอยู่ริมแม่น้ำน้อย ฝนตกมากก็จะท่วม น้ำมาก็จะท่วม ถือว่าเป็นภาวะปกติของชาว 3 อำเภอ ไม่จำเป็นต้องประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ"
พ.อ.อ. ปัญญา ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลจากต้นน้ำ จากจังหวัด เลย เพชรบูรณ์ และชัยภูมิ ไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก ล่าสุดได้ไหลเข้าเขื่อนในอัตราพอสมควรจากที่เคยปล่อยอยู่ที่ 8-10 ลูกบาศก์เมตร ขณะนี้ปล่อยถึง 70-80 ลูกบาศก์เมตร
ขณะเดียวกัน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ที่สูงขึ้นอีก 15 ซ.ม.ในวันที่ 12 ก.ย.นี้ แต่ระดับน้ำที่ ต.หัวเวียง ต.บ้านกะทุ่ม อ.เสนา ทรงตัวถึงลดลง แต่ก็ส่งผลกระทบกับนาข้าวไร้ทเบอรี่ ที่ทดลองปลูกใกล้กับแม่น้ำ หมู่ 3 ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ ปรากฎว่าน้ำได้ไหลเข้าท่วมนาข้าว
โดยนางสมศรี ทรงลึก อายุ 66 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนวัดบางกระทิง ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องลงมือเกี่ยวข้าวด้วยมือ โดยมีเพื่อนครู เพื่อน อสม.และเพื่อนเกษตรกร ช่วยกันลงแขกลุยน้ำสูง 60 เซนติเมตร จับเคียวแบบโบราณลงเกี่ยวข้าว ในแปลงข้าวนาข้าว แบบเกษตรอินทรีย์ เนื้อที่ 7 ไร่ พื้นที่ทุ่งนาเขตหมู่ 3 ตำบลหัวเวียง ซึ่งเป็นข้าวปลอดสายพิษ จำพวกข้าวไรซ์เบอรี่ และข้าวหอมอุบล
ซึ่งตนเองไม่สามารถปิดทางน้ำไหลเข้า หรือสูบน้ำออกได้ อีกทั้งรถเกี่ยวข้าวไม่สามารถลงแปลงนาข้าวได้ ทำให้ต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วมด้วยมือในวันนี้ และต้องใช้เวลาเก็บเกี่ยวอีกประมาณ 7 วันถึงจะเสร็จ
หมายเหตุภาพ : ชาวนาขณะลงปลูกข้าวไรซ์เบอรี่