นายกรัฐมนตรีนูรี อัล-มาลิกิของอิรัก ประกาศทางทีวีเมื่อหลังเที่ยงคืนเข้าสู่เช้ามืดวันนี้ว่าวันนี้เขาจะยื่นคำฟ้องต่อศาลอย่างเป็นทางการเพื่อกล่าวโทษประธานาธิบดี ฟาอุดมาซุม ที่เป็นตัวแทนชาวเคิร์ด ฐานกระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญสองครั้ง โดยเฉพาะไม่ยอมแต่งตั้งเขาเป็นนายกรัฐมนตรี หลังพรรคของเขาชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนเม.ย. โดยประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้งจากสภาเมื่อ 24 ก.ค.มีเวลา 15 วันที่จะต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและมอบหมายอำนาจให้จัดตั้งรัฐบาล
ขณะเดียวกันเขาสั่งเสริมกำลังตำรวจ ทหาร และรถถัง คุ้มกันรอบเขตกรีนโซน หรือเขตที่มีการอารักขาความปลอดภัยสูงสุดซึ่งเป็นเขตที่ตั้งหน่วยราชการสำคัญตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนการแถลง
การประกาศของเขาสร้างความตกใจแก่หลายฝ่ายและสะท้อนถึงความพยายามดิ้นรนอยู่ในอำนาจของเขา ทั้งที่เขาเผชิญกระแสกดดันให้ล้มเลิกความพยายามดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3 โดยมีเสียงวิจารณ์ว่าเขากีดกันทางศาสนาและเป็นชนวนเหตุให้นักรบสุหนี่เริ่มลุกฮือยึดพื้นที่ภาคเหนือและตะวันตกเมื่อเดือนเม.ย.และกำลังรุกรานดินแดนชาวเคิร์ดในขณะนี้ นอกจากนี้มาลิกิได้รับเสียงสนับสนุนน้อยลงทั้งจากสหรัฐ อิหร่าน ผู้นำศาสนานิกายชีอะห์ และแม้แต่พรรคดาวา ของเขาเอง
โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่า สหรัฐให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ประธานาธิบดีของอิรักในฐานะผู้รักษาและคุ้มครองรัฐธรรมนูญ และสหรัฐจะไม่ยอมรับผลลัพธ์ใดๆที่เกิดจากการบังคับหรือบิดเบือนกระบวนการทางรัฐธรรมนูญหรือศาลยุติธรรม พร้อมกันนี้เขาย้ำว่าสหรัฐยินดีสนับสนุนรัฐบาลใหม่ที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมเพื่อต่อสู้กับนักรบสุหนี่กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีจอห์น แคร์รีของสหรัฐกล่าวขณะเยือนนครซิดนีย์ของออสเตรเลียวันนี้เตือนนายกรัฐมนตรีมาลิกิว่าอย่ากวนน้ำให้ขุ่น ส่วนสถานการณ์ที่นักรบสุหนี่บุกเมืองเออร์บิล เมืองเอกของเขตปกครองตนเองชาวเคร์ด และโจมตีเมืองซินจาร์ ทำให้ชนกลุ่มน้อยยาซิดีกว่า 2 แสนคนอพยพหนีขึ้นเขา สหรัฐได้ส่งเครื่องบินขับไล่และโดรนเข้าไปโจมตีทางอากาศหลายระลอกตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อกำจัดนักรบกลุ่มนี้และป้องกันการเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมกับส่งเครื่องบินลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ได้แก่น้ำและอาหารไปหย่อนให้ชนกลุ่มน้อยยาซิดีบนเขา และกระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้อพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากสถานกงสุลในเมืองเออร์บิลแล้ว
นายโมฮัมหมัด เชีย อัล-ซูดานี่ รัฐมนตรีสิทธิมนุษยชนของอิรัก เล่าถึงความโหดร้ายของนักรบกลุ่มไอเอสว่า มีชาว ยาซิดี เชื้อสายเคิร์ด ถูกเผาทั้งเป็น 500 คน และผู้หญิง 300 คนถูกลักพาตัวไปเป็นทาสบำเรอทางเพศหรือเป็นหญิงรับใช้
ขณะที่กองกำลังชาวเคิร์ด สามารถยึดเมืองทางเหนือคืนได้ 2 เมือง แต่การที่กลุ่มไอเอสยึดเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ใกล้กับเมืองโมซุลได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้เกิดความวิตกว่า พวกเขาอาจระเบิดเขื่อน เพื่อตัดการส่งกระแสไฟฟ้า หรือทำให้เกิดน้ำไหลบ่าทะลักเข้าท่วมหลายเมือง รวมทั้งกรุงแบกแดด
ด้านสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ทรงมอบหมายให้พระคาร์ดินัล เฟอร์นันโด ฟิโลนี ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นทูตพิเศษกรณีอิรัก เดินทางไปยังอิรักเพื่อให้กำลังใจชาวคริสต์ที่ตกเป็นเป้าโจมตีจากกลุ่มไอเอส ที่ขู่บังคับให้พวกเขาหันไปนับถือศาศนาอิสลามและจ่ายภาษีอัตราพิเศษ มิฉะนั้นจะฆ่าทิ้ง พร้อมกันนี้พระองค์ทรงมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้นำไปช่วยชาวคริสต์ด้วย