ชาร์ลส์ สเปนเซอร์ (Charles Spencer) ไม่ใช่นักเขียนหน้าใหม่ในวงการประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษ ก่อนหน้านี้เขาเคยฝากผลงานขายดีอย่าง Killers of the King และ To Catch a King ที่บอกเล่าเรื่องราวศตวรรษที่ 17 มาแล้ว แต่หนังสือเล่มล่าสุดของเขาในวัย 62 ปี กำลังจะกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ที่ราชวงศ์อังกฤษไม่อาจมองข้าม
หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า "Swan Song: Diana, My Sister" ซึ่งรวบรวมมุมมองส่วนตัวของสเปนเซอร์ที่มีต่อชีวิตพี่สาว และชีวิตการอภิเษกสมรสอันไร้ความสุขระหว่างเธอกับกษัตริย์ชาร์ลส์โดยเขาระบุว่า การตัดสินใจถ่ายทอดเรื่องราวนี้คือ "หน้าที่" ในฐานะพยานทางประวัติศาสตร์คนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์
🔵 ข้อกล่าวหาแผลลึก และคำตอบโต้จากพระราชวัง
ในเนื้อหาบางส่วนที่ถูกเปิดเผยล่วงหน้า สเปนเซอร์ยื่นข้อกล่าวหาอันแหลมคมว่า กษัตริย์ชาร์ลส์มีความรู้สึก "ยินดีอย่างออกนอกหน้า" (giddily elated) ในช่วงหลังการเสียชีวิตของไดอาน่าเมื่อปี 1997 ซึ่งเป็นการเปิดแผลเก่าอันเจ็บปวดของราชวงศ์ขึ้นมาอีกครั้ง
ข้อกล่าวหานี้รุนแรงถึงขนาดที่สำนักพระราชวังบักกิงแฮมต้องออกมาตอบโต้และปฏิเสธคำอ้างของเขาด้วยถ้อยคำที่เด็ดขาดและรุนแรงอย่างไม่ปกติ — ปฏิกิริยาที่แสดงให้เห็นว่าแม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 30 ปี บาดแผลเรื่องไดอาน่ายังคงเป็นจุดอ่อนไหวที่สุดจุดหนึ่งของราชวงศ์
นอกจากนี้ สเปนเซอร์ยังระบุว่า กษัตริย์ชาร์ลส์เคยกล่าวถึงไดอาน่าว่า "เดี๋ยวเราก็ลืมเธอไปเอง" และยังเคยขึ้นเสียงใส่เขา หลังจากที่เขาทักท้วงว่าไม่ควรคาดหวังให้เจ้าชายวิลเลียม (ขณะนั้นพระชนมายุ 15 พรรษา) และเจ้าชายแฮร์รี่ (ขณะนั้นพระชนมายุ 12 พรรษา) ต้องเดินตามหลังโลงศพของพระมารดาในงานพระศพ
คำถามที่ตามมาคือ — เมื่อความทรงจำของคนสองฝ่ายขัดแย้งกันเช่นนี้ สังคมควรเชื่อใคร และความจริงทางประวัติศาสตร์ควรถูกตัดสินโดยใคร?