เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD: Swan Song หนังสือใหม่ "ชาร์ลส์ สเปนเซอร์" เปิดแผลลึกราชวงศ์อังกฤษ กษัตริย์ชาร์ลส์ปฏิเสธข้อกล่าวหาหลังไดอาน่าสิ้นพระชนม์

22 ก.ย. 2569 | NATESAIY

WORLD: Swan Song หนังสือใหม่ "ชาร์ลส์ สเปนเซอร์" เปิดแผลลึกราชวงศ์อังกฤษ กษัตริย์ชาร์ลส์ปฏิเสธข้อกล่าวหาหลังไดอาน่าสิ้นพระชนม์

เกือบ 3 ทศวรรษผ่านไปหลังการจากไปของเจ้าหญิงไดอาน่า เหตุใด "พยานทางประวัติศาสตร์" คนสำคัญที่สุดคนหนึ่งจึงเลือกเปิดปากในวันนี้ และทำไมสำนักพระราชวังบักกิงแฮมต้องออกมาปฏิเสธด้วยถ้อยคำที่รุนแรงผิดปกติ?

ชาร์ลส์ สเปนเซอร์ (Charles Spencer) ไม่ใช่นักเขียนหน้าใหม่ในวงการประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษ ก่อนหน้านี้เขาเคยฝากผลงานขายดีอย่าง Killers of the King และ To Catch a King ที่บอกเล่าเรื่องราวศตวรรษที่ 17 มาแล้ว แต่หนังสือเล่มล่าสุดของเขาในวัย 62 ปี กำลังจะกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ที่ราชวงศ์อังกฤษไม่อาจมองข้าม

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า "Swan Song: Diana, My Sister" ซึ่งรวบรวมมุมมองส่วนตัวของสเปนเซอร์ที่มีต่อชีวิตพี่สาว และชีวิตการอภิเษกสมรสอันไร้ความสุขระหว่างเธอกับกษัตริย์ชาร์ลส์โดยเขาระบุว่า การตัดสินใจถ่ายทอดเรื่องราวนี้คือ "หน้าที่" ในฐานะพยานทางประวัติศาสตร์คนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์
 


🔵 ข้อกล่าวหาแผลลึก และคำตอบโต้จากพระราชวัง


ในเนื้อหาบางส่วนที่ถูกเปิดเผยล่วงหน้า สเปนเซอร์ยื่นข้อกล่าวหาอันแหลมคมว่า กษัตริย์ชาร์ลส์มีความรู้สึก "ยินดีอย่างออกนอกหน้า" (giddily elated) ในช่วงหลังการเสียชีวิตของไดอาน่าเมื่อปี 1997 ซึ่งเป็นการเปิดแผลเก่าอันเจ็บปวดของราชวงศ์ขึ้นมาอีกครั้ง

ข้อกล่าวหานี้รุนแรงถึงขนาดที่สำนักพระราชวังบักกิงแฮมต้องออกมาตอบโต้และปฏิเสธคำอ้างของเขาด้วยถ้อยคำที่เด็ดขาดและรุนแรงอย่างไม่ปกติ — ปฏิกิริยาที่แสดงให้เห็นว่าแม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 30 ปี บาดแผลเรื่องไดอาน่ายังคงเป็นจุดอ่อนไหวที่สุดจุดหนึ่งของราชวงศ์

นอกจากนี้ สเปนเซอร์ยังระบุว่า กษัตริย์ชาร์ลส์เคยกล่าวถึงไดอาน่าว่า "เดี๋ยวเราก็ลืมเธอไปเอง" และยังเคยขึ้นเสียงใส่เขา หลังจากที่เขาทักท้วงว่าไม่ควรคาดหวังให้เจ้าชายวิลเลียม (ขณะนั้นพระชนมายุ 15 พรรษา) และเจ้าชายแฮร์รี่ (ขณะนั้นพระชนมายุ 12 พรรษา) ต้องเดินตามหลังโลงศพของพระมารดาในงานพระศพ

คำถามที่ตามมาคือ — เมื่อความทรงจำของคนสองฝ่ายขัดแย้งกันเช่นนี้ สังคมควรเชื่อใคร และความจริงทางประวัติศาสตร์ควรถูกตัดสินโดยใคร?

🔵 ความทรงจำในอดีต รอยร้าว และคำไว้อาลัยที่ยังกึกก้อง


ย้อนกลับไปในอดีต เจ้าชายชาร์ลส์และไดอาน่าอภิเษกสมรสและมีพระโอรสด้วยกันสองพระองค์ คือเจ้าชายวิลเลียมในปี 1982 และเจ้าชายแฮร์รี่ในอีกสองปีต่อมา ทว่าเบื้องหลังสายตาของคนทั่วโลก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับค่อยๆ ร้าวฉาน จนตัดสินใจหย่าร้างกันในปี 1996

ในการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Good Morning America สเปนเซอร์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่เขาเสียใจที่สุดคือการที่เขาไม่เคยเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าพี่สาวต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงใด และหวังว่าในตอนนั้นเขาจะสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้เพื่อช่วยเหลือเธอ

จนกระทั่งปี 1997 เจ้าหญิงไดอาน่าในวัย 36 ปี เสียชีวิตลงอย่างน่าสลดใจจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในกรุงปารีส ขณะถูกช่างภาพไล่ตาม

ในงานพระศพ สเปนเซอร์ได้กล่าวคำไว้อาลัยอันโด่งดังซึ่งถ่ายทอดสดแก่ผู้คนกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก โดยยืนยันว่ามนต์เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของไดอาน่าจะไม่มีวันดับสูญไปจากใจของผู้คน คำกล่าวนี้ได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องจากผู้คนที่ยืนฟังผ่านลำโพงตามท้องถนนในกรุงลอนดอน แต่ในอีกมุมหนึ่ง ข้อความที่ว่าความดีของเธอเป็นสิ่งที่ "คุกคาม" รวมถึงการที่ตระกูลสเปนเซอร์ต้องคอยปกป้องพระโอรสทั้งสอง ก็สร้างความอึดอัดใจให้แก่ราชวงศ์อังกฤษในเวลานั้นอย่างยิ่ง

🔵 บาดแผลในวัยเด็ก และความจริงเบื้องหลังคฤหาสน์อัลธอร์ป


ชีวิตส่วนตัวของสเปนเซอร์เองก็ไม่ได้ราบรื่นนัก เขาได้รับหงส์และคฤหาสน์อัลธอร์ป (Althorp) ขนาด 30 ห้องนอน อันเป็นมรดกตกทอดของตระกูลเมื่อปี 1992 หลังบิดาของเขาเสียชีวิต

งานเขียนหนังสือประวัติศาสตร์ในช่วงปลายยุค 1990 กลายเป็นรายได้สำคัญที่ช่วยหาเงินมาบูรณะคฤหาสน์ประจำตระกูลซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5 ศตวรรษ และยังเป็นสถานที่ฝังพระศพของเจ้าหญิงไดอาน่าอีกด้วย

ล่าสุด เขายังให้สัมภาษณ์กับ Laura Kuenssberg ผู้สื่อข่าว BBC ณ คฤหาสน์อัลธอร์ป สำหรับสารคดี "Princess Diana: My Sister's Story" ซึ่งตอกย้ำว่าเรื่องราวของไดอาน่ายังคงเป็นที่สนใจของสาธารณชนทั่วโลกไม่เสื่อมคลาย แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 3 ทศวรรษแล้วก็ตาม

เมื่อความทรงจำของครอบครัวถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ และความจริงในอดีตกลายเป็นประเด็นถกเถียงครั้งใหม่ คุณคิดว่าการเปิดเผยเรื่องราวเช่นนี้ ควรถือเป็นการรักษาความจริงทางประวัติศาสตร์ไว้ให้คนรุ่นหลัง หรือเป็นการเปิดแผลเก่าที่ควรปล่อยให้จางหายไปตามกาลเวลา?

ข่าวล่าสุด