OPINION : เทคโนโลยีคร่าชีวิต? บทบาท "เอไอ" ในสงครามอิหร่าน
15 มี.ค. 2569
ทุกวันนี้คุณใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการทำงานหรือในชีวิตประจำวันขนาดไหนกันบ้างครับ ในโลกปัจจุบันที่อะไรๆ ก็เกี่ยวข้องกับเอไอ “สงครามอิหร่าน” ก็หนีไม่พ้นเช่นกัน
Nation Story
15 มี.ค. 2569
ทุกวันนี้คุณใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการทำงานหรือในชีวิตประจำวันขนาดไหนกันบ้างครับ ในโลกปัจจุบันที่อะไรๆ ก็เกี่ยวข้องกับเอไอ “สงครามอิหร่าน” ก็หนีไม่พ้นเช่นกัน
โดย พล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ที่รับผิดชอบปฏิบัติการ Epic Fury โดยตรงเปิดเผยว่า มีการนำ “เอไอขั้นสูง” มาใช้ในการช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ทำให้ช่วยลดความสับสนและสามารถตัดสินใจได้เร็วกว่าที่อิหร่านจะตอบโต้ได้
ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็ย้ำว่า “มนุษย์” จะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเสมอว่าจะยิงอะไร ไม่ยิงอะไร และเมื่อไหร่ควรยิง เพียงแต่เครื่องมือเอไอได้เข้ามาเปลี่ยนกระบวนการที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือบางครั้งอาจหลายวันให้เหลือเพียงไม่กี่วินาที อย่างไรก็ตามเราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในเมื่อมีเครื่องมือเอไอขนาดนี้แล้ว ทำไมจึงมีรายงานข้อมูลที่น่าเชื่อถือขึ้นเรื่อยๆ ว่าสหรัฐฯ อาจโจมตีผิดพลาดใส่โรงเรียนหญิงล้วนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 170 รายได้ และพอผู้สื่อข่าวพยายามถามประเด็นนี้กับรัฐบาลหรือกองทัพสหรัฐฯ กลับได้คำตอบแค่ว่า กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
🔵 [“เอไอ” ภาพลักษณ์ใหม่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน]
หลายวันนับตั้งแต่ที่ “โมจตาบา คาเมเนอี” ได้รับเลือกขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านต่อจากผู้เป็นบิดาที่ถูกสังหาร เขากลับไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนหรือแม้กระทั่งเผยแพร่คลิปวีดีโอใดใดๆ ออกมา มีแต่เพียงถ้อยแถลงเป็นตัวอักษรเท่านั้น ซึ่งยิ่งทำให้เกิดการคาดเดาต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บจากการโจมตี แม้ว่าทางการอิหร่านจะยืนยันว่าโมจตาบาสบายดีก็ตาม
นอกจากนี้โมจตาบายังเป็นผู้ที่ชอบทำตัว “โลว์โปรไฟล์” เป็นทุนเดิม โดยมักจะเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลัง มากกว่าที่จะปรากฏตัวออกงานหรือให้สัมภาษณ์สื่อ ทำให้ภาพต่างๆ ที่คนทั้งโลกได้เห็นมีแค่ภาพนิ่งในอดีตไม่กี่ภาพเท่านั้น ถึงขั้นที่แม้กระทั่งสื่อของรัฐบาลอิหร่านเองยังต้องใช้เครื่องมือเอไอเข้ามาช่วยสร้างภาพเพื่อประกอบการรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา เช่นเดียวกับผู้สนับสนุนในประเทศที่ต่างก็แชร์ภาพจำนวนมากที่สร้างจากเครื่องมือเอไอ จนมีการแซวกันว่า หรือจริงๆ แล้วผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านเป็นเอไอหรือไม่?
🔵 [เอไอสร้างความสับสน]
ด้วยความที่ผู้คนเข้าถึงเครื่องมือสร้างภาพเอไอได้อย่างง่ายดาย ภาพต่างๆ ที่ปรากฎในโลกออนไลน์ทำให้เราแทบแยกไม่ออกว่าภาพไหนคือเหตุการณ์จริงกันแน่ สงครามอิหร่านก็เช่นกัน กลายเป็นว่าคลิปและภาพการโจมตีที่มียอดวิวหรือยอดแชร์หลักล้าน เมื่อตรวจสอบแล้วกลับพบว่า สร้างขึ้นจากเอไอ
คลิปจรวดถล่มในเทลอาวีฟ คลิปทหารอเมริกันรวบตัวทหารอิหร่าน คลิปฐานทัพอิหร่านโดนระเบิด คลิปประชาชนหนีการโจมตีที่สนามบิน คลิปตึกเบิร์จคาลิฟาไฟไหม้ ภาพถ่ายดาวเทียมโชว์ความเสียหายจากการโจมตี นี่คือตัวอย่างของคลิปและภาพที่สร้างจากเอไอและถูกแชร์ไปในโลกโซเชียล
นอกจากนี้ยังมีการนำภาพจากสงครามอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ภาพเก่าจากในอดีต แม้กระทั่งภาพจากวีดีโอเกมยังถูกระบุว่าเป็นภาพสงครามอิหร่านด้วย
ที่น่าตกใจก็คือ ผู้ที่โพสต์ภาพเหล่านี้สามารถหารายได้ได้ด้วย ในแพลตฟอร์ม X ของอีลอน มัสก์ มีรูปแบบการสร้างรายได้จากโพสต์ หากโพสต์ไหนมียอดวิว ยอดไลค์ แชร์ คอมเมนต์ถึงจำนวนที่กำหนด จนทำให้ X ต้องออกมาประกาศระงับการจ่ายเงินชั่วคราวหากผู้โพสต์ไม่ยอมระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นภาพสงครามที่สร้างขึ้นจากเอไอ
ใครที่ใช้ X อยู่บ่อยๆ คงได้เห็น Grok ซึ่งเป็นเครื่องมือเอไอแชทบอตอยู่บ้าง โดยเรามักจะเห็นคนถาม Grok ใต้โพสต์ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่หรือภาพนี้เป็นภาพจริงหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าในบางครั้ง Grok กลับยืนยันกลับมาว่าเป็นคลิปจริง ทั้งที่คลิปดังกล่าวถูกสร้างขึ้นจากเอไอ ทำให้เราอาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมืออย่างน้อย 2 แหล่งขึ้นไป หากต้องการตรวจสอบความถูกต้องของภาพจริงๆ
🔵 [คำถามทางจริยธรรม]
หลังกองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยถึงบทบาทของเอไอ ปรากฏว่าสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตกว่า 120 คน ได้ยื่นจดหมายขอข้อมูลโดยละเอียดจากกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเลือกเป้าหมายในสงครามอิหร่าน โดยเนื้อหาในจดหมายช่วงหนึ่งตั้งคำถามว่า “หากมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์จะต้องผ่านการตรวจสอบจากมนุษย์หรือไม่ และในขั้นตอนใด มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อระบุโรงเรียนเป็นเป้าหมายหรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้นจริง มีมนุษย์ที่ตรวจสอบความถูกต้องของเป้าหมายนี้หรือเปล่า”
ด้านประเทศจีน คู่แข่งของสหรัฐฯ ก็ตั้งคำถามเช่นกัน โดยเจียง ปิน โฆษกกระทรวงกลาโหมจีน วิจารณ์ว่าการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้โดยกองทัพอย่างไม่จำกัด การใช้เอไอเป็นเครื่องมือในการละเมิดอธิปไตยประเทศอื่น และการมอบอำนาจให้ระบบอัลกอริทึมตัดสินความเป็นความตาย ไม่เพียงแต่จะบั่นทอนข้อจำกัดทางจริยธรรมและความรับผิดชอบในสงครามเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่ควบคุมไม่ได้อีกด้วย แนวโน้มนี้เสี่ยงที่จะทำให้ภาพยนตร์เรื่อง “คนเหล็ก” ที่เอไอมีความตระหนักรู้ในตัวเองและนำไปสู่หายนะนิวเคลียร์กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง
แม้ในตอนแรกนวัตกรรมและเทคโนโลยีทั้งหลายถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับโลก แต่หลายครั้งที่ความก้าวหน้าเหล่านี้กลับถูกนำมาใช้ในการเข่นฆ่าและทำลายล้างกัน บทเรียนเหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ตั้งแต่ระเบิดไดนาไมต์ไปจนถึงระเบิดปรมาณู และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอยครับ
