ร่างกฎระเบียบใหม่ของรัฐที่กำหนดให้แรงงานต่างชาติต้องมีความรู้ภาษาอินโดนีเซียก่อนได้รับใบอนุญาตทำงาน ทำให้ชุมชนชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานต้องโอดครวญกันยกใหญ่ พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูหลังรัฐบาลประกาศ

แรงงานต่างชาติขึ้นทะเบียนที่มีจำนวนมากที่สุดในอินโดนีเซียมาจากประเทศจีน ตามมาด้วยญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา รัฐมนตรีแรงงานอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า อีกไม่นาน แรงงานต่างชาติจะต้องสอบภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันกระทรวงกำลังพัฒนาการสอบกับศูนย์พัฒนาภาษาของมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย
การสอบนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดใหม่ ที่จะเป็นตัวกำหนดชาวต่างชาติที่มีคุณสมบัติเข้ามาทำงานในอินโดนีเซียได้ โดยรวมอยู่ในการปรับแก้กฎระเบียบของกระทรวงแรงงานเมื่อปี 2556 โดยกระทวงหวังว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และจะดำเนินการทดสอบทักษะภาษาอินโดนีเซียกับชาวต่างชาติที่อยากเข้ามาทำงานทันที 
เขาเสริมว่า รัฐบาลจะเพิ่มความเข้มงวดเรื่องกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติในอินโดนีเซีย เพื่อรับประกันการบังคับใช้ เพื่อปกป้องแรงงานในประเทศจากการไหลเข้าของแรงงานต่างชาติที่มาหางานทำในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ชาวออสเตรเลียคนหนึ่งที่เข้ามาทำงานในอินโดนีเซียกว่า 10 ปีจนเรียกที่นี่ว่าบ้าน บอกว่าเขาเข้าใจเหตุผลของรัฐบาลดี โดยแสดงความเห็นว่า เป็นเรื่องที่มีเหตุผลและสอดคล้องกับสิ่งที่ทั่วโลกทำกัน โดยอ้างถึงการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษเช่น โทเฟล หรือ ไอเอล ที่ประชาชนที่ไม่ได้มาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ต้องผ่านการทดสอบก่อนได้ใบอนุญาตทำงานในออสเตรเลีย 
แต่เขาก็มีคำถามว่า ในกรณีของชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในอินโดนีเซียขณะนี้ และทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว ว่ารัฐบาลจะจัดการอย่างไร เพราะพวกเขาได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว และจะมีการเรียกคืนใบอนุญาตหรือไม่หากสอบไม่ผ่าน 
เขาเรียกร้องให้รัฐบาล เสนอช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่จะให้บริษัทที่ได้รับผลกระทบมีเวลาปรับตัวก่อนบังคับใช้กฎใหม่นี้อย่างเป็นทางการ