ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ชั่วโมงสืบสวน | เผด็จการโซเชียลมีเดีย | 27 ก.ย. 63

0 0

การออกมาเคลื่อนไหวของม็อบการเมืองช่วงนี้ หากดูผิวเผินก็เหมือนกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เห็นต่างทุกๆรัฐบาลที่ผ่านมา แต่หากศึกษาลงลึกไปถึงวิธีการปลุกม็อบหรือปั่นกระแสให้เกิดแรงกระเพื่อม มันมีขบวนการจัดตั้ง จัดฉาก มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยผ่านสื่อโซเชียลที่ใช้เป็นอาวุธสำคัญในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม มีการตั้งข้อสังเกตุถึงวิธีการของคนกลุ่มนี้ พบว่าจะมีการทำในรูปแบบที่ซ้ำๆ โดยเริ่มจากการใช้สื่อโซเชียลทั้งเฟสบุค ทวิตเตอร์ ในการโจมตีเหยื่อ จากนั้นก็ตามมาด้วยการล่าแม่มด ทั้งคนใกล้ชิดจะถูกล่าหมด และสุดท้ายก็จบลงที่การ "แบน" คนๆนั้น หรือแบนสินค้า หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้สนับสนุนสินค้าหรือบุคคลเหล่านั้น จนเป็นที่มาของการติดแฮชแท็กและขึ้นติดเทรนด์ Twitter อันดับ 1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมไทย

การออกมาเคลื่อนไหวของม็อบการเมืองช่วงนี้ หากดูผิวเผินก็เหมือนกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เห็นต่างทุกๆรัฐบาลที่ผ่านมา แต่หากศึกษาลงลึกไปถึงวิธีการปลุกม็อบหรือปั่นกระแสให้

เกิดแรงกระเพื่อม มันมีขบวนการจัดตั้ง จัดฉาก มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยผ่านสื่อโซเชียลที่ใช้เป็นอาวุธสำคัญในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม
มีการตั้งข้อสังเกตุถึงวิธีการของคนกลุ่มนี้ พบว่าจะมีการทำในรูปแบบที่ซ้ำๆ โดยเริ่มจากการใช้สื่อโซเชียลทั้งเฟสบุค ทวิตเตอร์ ในการโจมตีเหยื่อ จากนั้นก็ตามมาด้วยการล่าแม่


มด ทั้งคนใกล้ชิดจะถูกล่าหมด และสุดท้ายก็จบลงที่การ "แบน" คนๆนั้น หรือแบนสินค้า หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้สนับสนุนสินค้าหรือบุคคลเหล่านั้น จนเป็นที่มาของการ

ติดแฮชแท็กและขึ้นติดเทรนด์ Twitter อันดับ 1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมไทย

ปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย หลายเหตุการณ์มีการสำรวจจากเน็ต Super poll พบว่า แต่ละเรื่องถูกปั่นกระแสทั้ง Twitter

Facebook และ IG เป็นหลักหลายสิบล้านคน ไปจนถึงหลักร้อยล้านคน แต่ในทางกลับกันประชากรไทย มีอยู่แค่ 60 กว่าล้านคน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่คนร่วมร้อยล้านคน

จะถูกปั่นขึ้นมา และข้อมูลที่น่าตกใจมากไปกว่านั้นคนที่ปั่นอยู่ในต่างประเทศมากกว่าที่อยู่ในประเทศ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ที่เริ่มเห็นชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้มีการตั้งข้อสังเกตุว่าการปั่นกระแสในช่วงที่มีวิกฤติเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 แต่คนบางกลุ่มบางพวกใช้ช่วงเวลานี้ปั่นกระแส

ขึ้นมา มีนัยแอบแฝงหรือไม่


ปฎิเสธไม่ได้ว่า ใครก็ตามที่เห็นต่างทางการเมือง โดยการโพสต์แสดงความคิดเห็น มักถูกฝ่ายที่เห็นไม่ตรงกันเข้ามาโจมตีทันที ด้วยรูปแบบที่เป็นขบวนการชัดเจน ตั้งแต่การโพส

ด่าด้วยคำหยาบ หรือภาษาโซเชียลเรียกว่า "ทัวร์ลง" ซ้ำร้ายกว่านั้นบางรายถึงขั้นถูกอาฆาต จนถูกล่าแม่มด ไม่เว้นแม้แต่คนใกล้ชิด สุดท้ายจบลงที่การ "แบน" ตัวบุคคลหรือแบนสินค้า องค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้สนับสนุนสินค้าหรือบุคคลเหล่านั้น ส่วนกระแสของการแบนนั้นจะอยู่ยาวนานหรือไม่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างเช่นเดียวกัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในสังคมไทย ที่ทุกคนมีอาวุธอยู่ในมือนั่นก็คือ การใช้สื่อโซเชียลที่ทุกคนเป็นสื่อได้ เวลาไม่พอใจบุคคลใด ก็จะนำอาวุธนี้ออกมาใช้โจมตีซึ่งแตกต่างจากต่างประเทศที่เขาจะไม่นำสินค้ามา "แบน" เพราะเรื่องการเมือง แต่เขาจะ"แบน" เพราะสินค้านั้นไม่ดีไม่มีมาตรฐานเท่านั้น

อนาคตต้องจับตาต่อไปว่าเสียงของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศให้น้ำหนักไปทางไหน ถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อให้มีการปั่นกระแสขึ้นมา ก็จะเป็นแค่ระยะเวลา
สั้นๆ จากนั้นก็จะเงียบลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลเอง ก็ต้องพยายามดำเนินการตรวจสอบผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ที่พยายามปล่อยข่าวลวงและปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในสังคมไทย


ทีมข่าวชั่วโมงสืบสวน จะพาไปเจาะวิธีการปั่นยอดไลท์ยอดแชร์หลังบ้านของกลุ่มคนเหล่านี้ เขาทำอย่างไร แล้วเขาทำกันที่ไหน ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์จะมาอธิบายให้ฟังกันครับการสร้างกระแสบนโลกโซเชียลไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย เพราะในแวดวงธุรกิจมักใช้วิธีนี้เพื่อโปรโมทสินค้าและบริการให้ธุรกิจมั่นคง แต่ปัจจุบันเป้าหมายของการสร้างกระแสได้เปลี่ยนไป คือมีการนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการปลุกระดม คุกคาม หรือทำลายกลุ่มคนที่เห็นต่าง วิธีการสร้างกระแสในโลกออนไลน์ทำอย่างไร และจะมีวิธีสังเกตได้หรือไม่ ติดตามจากทีมข่าวชั่วโมงสืบสวนครับ


ปรากฎการณ์แบนสินค้า โจมตีบุคคลที่เห็นต่างจากตนเอง หรือบุคคลที่ไม่ต้องการสนับสนุน โดยเฉพาะคนที่เห็นต่างทางการเมือง กำลังเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ ล่าสุด
เกิดขึ้นกับ "ปลาวาฬ วรสิทธิ์" นักธุรกิจหนุ่ม ผู้บริหารโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ที่โพสต์สตอรี่ไอจีแสดงความไม่เห็นด้วยและเรียกร้องให้ดำเนินคดี "รุ้ง-ปนัสยา" แกนนำผู้ชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. 63 ทำให้ชาวเน็ตฝั่งผู้ชุมนุมติดแฮชแท็กโต้กลับ #แบนศรีพันวาไม่เว้นแม้แต่คนในวงการบันเทิงหลายคน ที่เคยออกมาแสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกัน ก็ถูกกระเเสโจมตีอย่างหนักในโลกออนไลน์ จนส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานและการดำรงชีวิต

ปัจจุบันสื่อโซเชียลยอดนิยมอย่างเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และอินสตราแกรม ถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีบุคคลที่เห็นต่าง เพียงติดแฮชแทกแล้วตามด้วยคำว่าแบน ก็สามารถปั่นกระแส
โจมตีสินค้า ผลิตภัณฑ์ องค์กร หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ จึงยากที่จะปฏิเสธว่า โซเชียลมีเดียถือเป็นอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงและน่ากลัวกว่าอาวุธใดๆ

"ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์" ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ บอกว่า วิธีสร้างกระแสในโลกออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้
คือการทำให้ข้อความติดเทรนด์ทวิตเตอร์หรือที่เรียกว่า "การปั่นแท็ก"

นี่คือหน้าตาของเว็บไซต์ที่รับจ้างปั่นแท็ก และปั๊มยอดไลค์ เพียงเข้าอินเตอร์เน็ตแล้วเสิร์ชคำว่า "บริการรับรีทวิต" ก็จะมีลิงค์ผู้รับจ้างขึ้นมาให้เลือกสรรมากมาย โดยในอดีต
การปั่นแท็กอาจมีเป้าหมายเพื่อโปรโมทสินค้าและบริการ แต่ปัจจุบันมันถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง ตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการส่วนเรทราคาการปั่นแท็กจะถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับจำนวนรีทวิตที่ต้องการ และระยะเวลาในการรีทวิต ซึ่งมีให้เลือกทั้งรายวัน รายอาทิตย์ และรายเดือน หลังจากตกลงรับงานแล้ว


ผู้รับจ้างจะใช้วิธีปั่นแฮชแท็ก และปั๊มยอดไลค์ โดยใช้ "แอคเคาท์" หรือบัญชีผู้ใช้จำนวนมหาศาลในการเขียนและรีทวิตข้อความเดิม รวมทั้งกดถูกใจข้อความเหล่านั้นในช่วงเวลาเดียวกันพร้อมกัน


นอกจากบริการรับจ้างรีทวิตแล้ว วิธีปั่นแท็กยังมีอีกหนึ่งวิธี คือการใช้ Bot หรือ "Robot" ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยควบคุมแอคเคาท์จำนวนมากให้เขียนและรีทวิตข้อ
ความเดิม รวมทั้งกดถูกใจข้อความเหล่านั้นพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน วิธีการใช้งาน Bot มีสอนทั่วไปตามอินเตอร์เน็ต ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดข้อความบางแฮชเเท็กจึงสามารถติดเทรนด์อันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ได้ ทั้งที่
ไม่ได้อยู่ในกระเเส


เมื่อโซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตมนุษย์ และสามารถใช้เป็นอาวุธโจมตีกลุ่มคนที่เห็นต่างได้ ดังนั้นผู้ใช้โซเชียลมีเดียควรใช้วิจารณญาณในการเสพ หรือรับ
ข่าวสารอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการปั่นกระแส หรือพวกเผด็จการโซเชียลครับ

ชั่วโมงสืบสวน

รายการสารคดีเชิงข่าว ที่เจาะลึกทุกมิติความจริงจากพื้นที่ นำทีมสืบสวนโดย ธีระ ธัญไพบูลย์ และ ทีมข่าวชั่วโมงสืบสวน

ออกอากาศ : ทุกวันอาทิตย์ 09:00 - 10:00

ผู้ดำเนินรายการ :

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์