กรมอนามัยได้ใช้กรอบแนวทาง 6 ด้าน คือ1. มาตรการคัดกรองวัดไข้และอาการเสี่ยงก่อนเข้าสถานศึกษา
2. สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาเมื่ออยู่ในสถานศึกษา
3. ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกฮอล์อย่างเพียงพอ
4. จัดให้มีการเว้นระยะห่าง
5. ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสที่มีการใช้ร่วมกันบ่อย และ
6. ลดความแออัด ไม่จัดกิจกรรมที่มีการสัมผัสร่วมกัน

หลายโรงเรียนเริ่มมีมาตรการและแผนการรองรับ การป้องกันการติดเชื้อก่อนการเปิดภาคเรียน โดยหนึ่งในนั้น คือโรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม ที่ได้จัดทำมาตราการหลักและพื้นฐาน ตั้งแต่การเดินเข้ามาภายในโรงเรียน เด็กนักเรียนทุกคนจะต้องผ่านช่องทางเข้าอัจฉริยะ คือการตรวจจับใบหน้าและการวัดไข้อัตโนมัต การใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การติดตั้งเจลล้างมือและจุดล้างมือกว่า 300 จุดทั่วโรงเรียน ให้ครอบคลุมนักเรียนที่มีอยู่กว่า 1500 คน รวมถึงการจัดห้องเรียนทีมีจำนวนจำกัด และเพิ่มโต๊ะเรียนด้านนอกห้อง โดยมีระยะห่าง 1.5-2.4 เมตรในแต่ละขนาดห้อง เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดระหว่างเรียน แต่จะมีการสลับวันมาเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาล แต่จะไม่สลับวันเรียนในชั้นประถม เพราะสามารถจัดการระบบได้



นอกจากมาตรการหลักและพื้นฐานที่ต้องปฎิบัติแล้ว ทางโรงเรียนยังได้มีแผนการจัดการศึกษาในสถานการณ์แพร่ระบาดขอเชื้อCOVID-19 โดยการแบ่งระดับการคุมเข้มออกเป็น 3 สี คือ สีเขียว สีเหลือง และสีแดง ตามความเข้มข้นของสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาในขณะนั้น ภายใต้การดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม แต่ถ้าหากพบว่าหลังเปิดเรียนแล้วมีใครสักคนติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ผู้ปกครอง อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ก็จะต้องมีการปิดโรงเรียน ตามขั้นตอนการตรวจหาเชื้อ ก็จะเข้าสู่การคุมเข้มสีแดง ส่วนกิจกรรมต่างๆ ยังต้องงด ทั้งการเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า การสวดมนต์รวม การไหว้ครู เป็นต้นหนึ่งในผู้ปกครองคนนี้ ที่อาจยังมีความกังวลในเรื่องของเด็กเล็ก ที่อาจจะควบคุมยาก เพราะเด็กมีความซุกซนในตัวเอง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าทางโรงเรียนสามารถควบคุมตามมาตรการที่ออกมารองรับนักเรียนได้ในช่วงเปิดเทอมนี้ เพราะเด็กควรได้ออกมาเรียนหนังสือได้ตามปกติ พบปะเพื่อนฝูง มีสังคม สิ่งแวดล้อม ตามบริบทที่ควรเป็น ก็ได้มีการบอกบุตรหลานอย่างชัดเจนว่ามาโรงเรียนควรต้องปฎิบัติตัวอย่างไร ตั้งแต่การใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ และการเว้นระยะห่างจากเพื่อน

เมื่อเปิดเรียนแล้ว ปฎิเสธไม่ได้ว่า พ่อ-แม่ ผู้ปกครอง มีความกังวลต่อสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับบุตรหลานของตัวเอง นั่นก็คือ ความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด 19 โดยเฉพาะเด็กเล็ก ที่อาจมีการสัมผัส การเว้นระยะห่าง ที่อาจไม่ได้ไกลกันมากนัก ในช่วงการเล่น การรับประทานอาหาร การล้างมือบ่อยๆ หรือการใช้แอลกอฮอร์ล้างมือ หรือแม้กระทั่ง นักเรียนและผู้ปกครองที่เป็นชาวต่างชาติ ในเรื่องการเดินทางเข้า-ออกประเทศ
กรมอนามัย กระทรวงสาธาณะสุข ได้ออกมาตรการหลายข้อสำหรับสถานศึกษาในโรงเรียนนานาชาติ เพราะหลายคนอาจมองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเน้นการปฏิบัติตัวของเด็ก และส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญในการป้องกันโรคโควิด 19 เพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดี


โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ เป็นหนึ่งในหลายโรงเรียนที่ได้ออกมาตรการป้องกันเชื้อโควิดภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่การเข้ามาภายในโรงเรียนจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยตรวจวัดอุณหภูมิของนักเรียนและผู้ปกครอง ตลอดจนมือต้องล้างเจลแอลกอฮอร์ และเมื่อเดินเข้ามาต้องเหยียบถาดล้างรองเท้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าตัวอาคาร ลดการสัมผัสใกล้ชิดโดยการเดินขึ้นลงบันไดทางเดียว การจัดตารางเวลาอาหารกลางวันและเวลาพักให้เหลื่อมกันแต่ละชั้นปี เพื่อลดความเสี่ยงในการที่นักเรียนต้องอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก และงดกิจกรรมทุกประเภท รวมถึงกีฬา

หนึ่งในผู้ปกครองน้องพัฒน์-น้องภูมิ มั่นใจในมาตรการของโรงเรียนที่มีความเข้มงวด ตั้งแต่ก่อนการเปิดเรียนได้เชิญผู้ปกครองมาทำความเข้าใจกฎระเบียบต่างๆ กว่า 44 ข้อ แต่อาจเป็นกังวลในส่วนของเพื่อนนักเรียนที่เป็นชาวต่างชาติบ้าง เพราะเราไม่รู้เรื่องการเดินทางเข้า-ออกประเทศ แต่ก็ย้ำเตือนลูกให้ทำตามมาตรการอย่างเข้มงวด
เช่นเดียวกับโรงเรียน ดิ อเมริกันสคูล ออฟ แบงค็อก ที่มีมาตรการป้องกันโควิดที่เข้มงวดไม่ต่างกัน โดยได้เตรียมแผนการดำเนินงานไว้ในช่วงก่อนที่สถานการณ์โควิดจะระบาดหนัก โดยเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ เป็นช่วงเรียนภาคฤดูร้อน ซึ่งมีเวลาเตรียมตัวก่อนเปิดเทอมเต็มรูปแบบอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2563 จะทำให้ได้รู้ข้อผิดพลาด หรือข้อที่ควรเพิ่มเติม ก่อนเปิดเรียนจริง และถ้าหากเปิดเรียนแล้ว มีเด็กหรือคณาจารย์ติดเชื้อโควิดอาจต้องมีการประกาศปิดโรงเรียนชั่วคราวตามมาตรการของภาครัฐ

หากนักเรียน ผู้ปกครอง ครู บุคลากรทางการศึกษา ทุกคนปฎิบัติตามมาตรการที่กำหนด เชื่อว่า หลังเปิดเรียนนี้ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนของรัฐ หรือโรงเรียนเอกชน ก็จะไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคโควิด 19 กลับมาระบาดอีกครั้ง อย่างที่หลายฝ่ายเป็นกังวลอยากให้เลื่อนการเปิดเทอมออกไปอีก บางคนก็อยากให้กลับมาเปิดเรียนทันที เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำในด้านการเข้าถึงการเรียนการสอน รวมถึงการดูแลสวัสดิภาพของเด็กที่โรงเรียนจะช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ไปได้