เมื่อย้อนกลับไปดู Timeline พบว่า ในรอบ 2 ปี มีคำสั่งย้ายในลักษณะนี้แล้ว 2 รอบ เริ่มจากเดือน ต.ค. 2561 หลังจาก นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสาธารณสุข เข้ามารับตำแหน่งไม่ถึง 1 สัปดาห์ ได้สั่งย้าย นพ.ชาญชัย ครั้งที่ 1 แต่เกิดกระแสต่อต้านจน รมว.สาธารณสุขขณะนั้น ต้องสั่งย้ายกลับ จากนั้นในช่วงกลางปี 2562 มีผู้ส่งบัตรสนเท่ห์ร้องเรียน นพ.ชาญชัย รับเงินบริจาคจากบริษัทยา ต่อมาปลายเดือน ต.ค. 2562 กลุ่มเสริมสร้างวินัยฯ ตรวจพบข้อร้องเรียนมีมูล นำมาสู่คำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กระทั่งวันที่ 1 มิ.ย. 2563 นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสาธารณสุขสั่งย้าย นพ.ชาญชัยอีกเป็นครั้งที่ 2 ในข้อกล่าวหา "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" จนเกิดแฮชแท็ก #Saveหมอชาญชัย ขณะเดียวกันหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การสั่งย้าย นพ.ชาญชัยทั้งสองครั้งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่น่าจะเป็นสงครามในรั้วกระทรวงหมอ

หลังจากกองทัพหมอทั่วประเทศ รวมพลังต่อสู้กับข้าศึกไวรัสโควิด-19 มานานกว่า 3 เดือนจนสถานการณ์ดีขึ้น ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเป็นเวลาติดต่อกันเกือบ 1 เดือนแล้ว แต่ทันทีที่ศึกโควิดซาลง หมอก็กลับมารบกันเอง จนกลายเป็นศึกสายเลือดในรั้วกระทรวงสาธารณสุข 
สงครามสายเลือดในรั้วกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่สืบทอดยาวนานมาหลายยุคหลายสมัยจนถึงปัจจุบัน เพียงแต่บุคคลภายนอกไม่ได้ล่วงรู้จนเปรียบเหมือนแดนสนธยา 
"ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง" อาจารย์ประจำสถาบันรัฐศาสตร์ ม.รังสิตศึกษาเรื่องราวการโยกย้ายในแวดวงข้าราชการมานานหลายปี มองสาเหตุการย้าย ผอ.รพ.ขอนแก่นว่า เป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างหมอชนบทกับหมอในเมือง

ในแวดวงนักวิชาการเปรียบเทียบสงครามในรั้วกระทรวงหมอว่า ไม่แตกต่างจากกระทรวงอื่นๆ ที่มีหลายกลุ่มหลายก้อน อย่างวงการทหาร มีกลุ่มวงศ์เทวัญ บูรพาพยัคฆ์ และกลุ่มอื่นๆ ส่วนวงการหมอ มีกลุ่มหมอชนบท หมอในเมือง และกลุ่ม สสส. ซึ่งไม่ว่าใครมาเป็นรัฐมนตรีก็ต้องปวดหัว เพราะฝ่ายข้าราชการพยายามดึงฝ่ายการเมืองลงมาเล่นเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ขณะเดียวกันฝ่ายการเมืองก็มีความพยายามสลายขั้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะกฎหมายให้อำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเป็นอำนาจปลัดกระทรวง ไม่ใช่รัฐมนตรี คำถามสำคัญคือเหตุไฉน รพ.ศูนย์ขอนแก่น ต้องตกเป็นเป้าในการโยกย้ายข้าราชการในรั้วกระทรวงสาธารณสุขของผู้บริหารชุดนี้

ข้อกล่าวหาที่นำมาสู่การสั่งย้าย นพ.ชาญชัยคือ "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" จากกรณีการรับเงินบริจาค 5% จากบริษัทยาเข้ากองทุนพัฒนารพ.ขอนแก่น แต่มีข้อมูลที่นักวิชาการออกมาเปิดเผยว่า นอกจาก รพ.ศูนย์ขอนแก่นแล้ว ยังมีรพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 186 แห่งที่รับเงินบริจาคนี้เช่นกัน ทำให้เกิดคำถามว่า หากหมอชาญชัยถูกย้ายด้วยข้อกล่าวหานี้ แล้วผอ.โรงพยาบาลอื่นๆ จะมีความผิดด้วยหรือไม่เงิน 5% ของบริษัทยาที่บริจาคให้โรงพยาบาล กำลังเป็นเรื่องร้อนในวงการสาธารณสุข หลังจากนักวิชาการออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า นอกจาก รพ.ศูนย์ขอนแก่นแล้ว ยังมีโรงพยาบาลอื่นๆ อีกรวม 186 แห่ง จากโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด 786 แห่งที่รับเงินบริจาคนี้ โดยพบว่าในเดือน มี.ค. 2562 มีการรับเงินรวม 12 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป 2 แห่ง และโรงพยาบาลชุมชน 10 แห่ง ต่อมาในเดือน พ.ย. 2562 มีโรงพยาบาลที่รับเงินมากขึ้น โดยมีการรับเงินรวม 186 แห่ง แบ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป 22 แห่ง และโรงพยาบาลชุมชน 164 แห่ง คิดเป็น 24.50 % ของโรงพยาบาลทั้งหมด ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า หากข้อมูลนี้เป็นจริง แล้ว ผอ.รพ.ทั้ง 186 แห่งที่รับเงินบริจาคจากบริษัทยามีความผิดด้วยหรือไม่ ล่าสุดรองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข "อนุทิน ชาญวีรกูล" สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว



ปมเงิน 5% จากบริษัทยาที่บริจาคให้กับโรงพยาบาลทั้ง 186 แห่งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จะเริ่มมีความชัดเจนในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.นี้ เมื่อนักวิชาการที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลต้องเข้าให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข "อนุทิน ชาญวีรกูล" สั่งตั้งขึ้นมา
ขณะเดียวกันการสอบวินัยร้ายแรงหมอชาญชัย กำลังถูกจับตามองจากสังคมว่า คณะกรรมการชุดใหม่จะดำเนินการสอบสวนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่