เป็นเวลาร่วม 2 เดือนแล้ว ที่ "ศบค." เข้ามาทำหน้าที่เป็นแม่ทัพ คอยวางหมากควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีเป้าหมายเพื่อขจัดเชื้อร้ายให้หมดไปจากประเทศไทย
แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น ต้องแลกมาด้วยความอดทน และความร่วมมือร่วมใจของคนทั้งประเทศ ซึ่งอุปสรรคสำคัญไม่แพ้ปัญหาด้านสาธารณสุขคือ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เมื่อภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดนพิษโควิดเล่นงานจนซบเซา ฉุดเศรษฐกิจไทยตกต่ำในรอบทศวรรษ

และเพื่อให้ฟันเฟืองหลักทั้งสองฝั่งขับเคลื่อนต่อไปได้ "ศบค." จึงวางแผนผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคออกเป็น 4 ระยะ โดยกำหนดให้ผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำในระยะแรกไปแล้ว เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา
ชมรายการชั่วโมงสืบสวนตอนอื่น ๆ >> รายการชั่วโมงสืบสวน | "อสม." ทัพหน้าในสมรภูมิโควิด
กระทั่งครบกำหนด 14 วันไปเมื่อ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา "ศบค." สรุปผลการประเมิน เป็นที่น่าพอใจ เมื่อสถานประกอบการ และสถานที่ต่างๆ สามารถปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคได้อย่างเข้มข้นส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศอยู่ในระดับต่ำโดยเฉพาะเมื่อวันที่ 13 พ.ค. เป็นวันแรกที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ หรือผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์

ศบค.จึงเดินหน้าผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมในระยะที่ 2 ประกอบด้วยร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม / ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ / ร้านค้าปลีก และร้านค้าส่งขนาดใหญ่ / คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม เฉพาะเรือนร่าง ผิวพรรณไม่รวมการเสริมความงามบริเวณใบหน้า / โรงยิม สถานที่ออกกำลังกายในร่ม ฟิตเนส / สระว่ายน้ำสาธารณะ / ห้องประชุม โรงแรม ศูนย์ประชุม / ห้องสมุดสาธารณะ แกลเลอรี่ พิพิธภัณฑ์ / และกิจการถ่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์
ศูนย์การค้าสยามพารากอน เป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้า ที่ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดบริการอีกครั้ง หลังปิดไปนานร่วม 2 เดือน ภายใต้วิถีชีวิตใหม่ในแบบ New Normal ที่คำนึงถึงมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยขั้นสูงสุด ตามมาตรการของ ศบค.โดยให้ผู้ใช้บริการลงทะเบียนเข้าออก ผ่านแพลตฟอร์ม"ไทยชนะ"


นี่คือหุ่นยนต์ "True 5G PatrolBot" หุ่นยนต์ตรวจความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนแห่งนี้นำมาใช้เป็นที่แรกของประเทศไทย กลไกการทำงานของหุ่นยนต์ตัวนี้ จะคอยตรวจตราและแจ้งเตือน เมื่อพบเห็นคนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย
นอกจากนี้ยังสามารถตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้ที่เดินผ่าน โดยจะทำการแจ้งเตือนผู้ที่มีอุณหภูมิสูงและผู้มีความเสี่ยงด้วยนวัตกรรมตรวจจับความร้อน และแจ้งเตือนไปยังศูนย์ควบคุม
ชมรายการชั่วโมงสืบสวนตอนอื่น >>รายการชั่วโมงสืบสวน ตอน "นักรบเสื้อกาวน์" หัวหมู่สู้โควิด
นอกจากการแสกน QRCode บริเวณนอกห้างแล้ว การเข้าใช้บริการร้านค้าและ ร้านอาหารทุกแห่งภายในห้างสรรพสินค้า ยังต้องแสกน QRCode ทุกจุด เพื่อลงทะเบียนเข้า-ออกทุกครั้ง โดยผู้ใช้บริการยังสามารถทำแบบประเมินความปลอดภัยให้กับร้านค้าที่เข้าใช้บริการ เพื่อเป็นแนวทางการผ่อนปรนรายงานผลไปยัง "ศบค."

มาตรการผ่อนปรน ยังรวมไปถึงตลาดนัด ตลาดสด ตลาดน้ำ ถนนตนเดิน และตลาดกลางแจ้ง ที่ศบค. ผ่อนปรนให้กลับมาเปิดได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า และลูกจ้างรายวัน 


เช่นเดียวกับ "ตลาดนัดจตุจักร" ตลาดนัดขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่อยู่คู่กับคนไทยมาเกือบ 40 ปี เริ่มกลับมาเปิดให้บริการในวันแรกเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น 
แม้ตลาดนัดจตุจักรแห่งนี้ จะไม่ได้นำแอพพลิเคชั่น "ไทยชนะ" มาใช้ลงทะเบียนคนเข้าใช้บริการเหมือนห้างสรรพสินค้า แต่มีการปรับรูปแบบใหม่ ทั้งตั้งจุดคัดกรอง และจำกัดจำนวนคนเข้าใช้บริการในตลาดรอบละไม่เกิน 20,000 คน เมื่อเข้าสู่ตลาดแล้ว ให้เว้นระยะห่างตามทางเดิน และเข้าออกตามจุดที่กำหนดไว้


ส่วนการเข้าซื้อสินค้าภายในร้านค้า อนุญาตให้เข้าใช้บริการได้ครั้งละไม่เกิน 3 คน แต่หากเป็นโซนแผงค้า แผงลอย ให้ลูกค้าอยู่ภายนอกเส้นสีแดง เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคมบริเวณหน้าแผงค้าโดยรอบ
หัวใจหลักของการผ่อนปรนในระยะที่ 2 คือการปรับตัวในวิถีชีวิตแบบใหม่ หรือ new normal เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้มีการแพร่ระบาดระลอกที่ 2 ซึ่ง "ศบค." ประเมินผลเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะวันแรกของการนำแอพพลิเคชัน "ไทยชนะ" มาใช้ลงทะเบียน มีประชาชนเช็คอินเข้าร้านค้ามากกว่า 2.6 ล้านคน ในช่วงหน้ามาติดตามกิจกรรมสันทนาการประเภทกีฬาที่ได้รับการผ่อนปรนเพิ่มเติมครับ







รับชมรายการชั่วโมงสืบสวน ผ่านทาง Youtube