การต่อสู้ชีวิตในวัยเกษียณของ 2 เพื่อนสนิทซึ่งเป็นอดีตข้าราชการครูในจังหวัดขอนแก่น สะท้อนถึงความพยายามทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยสองมือสองขาของตนเอง หลังจากที่ต้องเคราะห์ร้าย กลายเป็นหนี้เฉลี่ยคนละเกือบ 9 แสนบาท เพียงเพราะไปเซ็นสัญญาค้ำประกันให้กับสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นรายหนึ่งที่ไม่ยอมชำระหนี้ที่กู้ไป จนถูกออกจากสหกรณ์และออกจากราชการ / ทำให้ทั้งสองและเพื่อนอีก 5 คนต้องแบกรับภาระแทน 

คุณป้าเยาวลักษณ์ เล่าว่า ตนกับเพื่อนๆ อีก 6 คนถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในฐานะผู้ค้ำ และถูกอายัดเงินปันผลสหกรณ์ตั้งแต่ปี 57  ทั้งๆ ที่ข้อบังคับสหกรณ์ชัดเจนอยู่แล้วว่า ถ้ามีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้น ให้ใช้เงินกองทุนสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือสมาชิกผู้ค้ำประกันเงินกู้ มาชำระหนี้แทน แต่สหกรณ์กลับเลือกวิธีฟ้องร้องพวกตน ซึ่งกว่าจะชนะคดี ก็ต้องลำบากอยู่หลายปี / สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ป้าเยาวลักษณ์ เชื่อว่าเป็นเพราะเงินสหกรณ์หายไปหลายร้อยล้าน จึงไม่มีเงินกองทุนจ่ายหนี้คืน 

ความลำบากของป้าเยาวลักษณ์ที่ต้องเผชิญ ไม่ต่างอะไรกับเพื่อนสนิทอย่างป้ามะนิ ที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำขนมออกเร่ขายเพื่อใช้หนี้ เพราะป้ามะนิถูกยึดทั้งบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินอื่นอีกหลายรายการ 

แม้ถึงนาทีนี้มหากาพย์เงินล่องหนของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นจะยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็คือ ความทุกข์ร้อนของสมาชิกสหกรณ์จำนวนมาก โดยเฉพาะในวัยเกษียณที่ถูกซ้ำเติมให้สาหัสยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ณรงค์กร สุบงกช ถ่ายภาพ อนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์ ล่าความจริง รายงาน