สิ่งที่ทุกคนพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง คือ พฤติการณ์ของคนร้าย ทั้งท่าเดิน ท่ายิง อาวุธที่ใช้ รถมอเตอร์ไซค์ และเส้นทางหนีหายไปจากกล้องวงจรปิด

ตั้งแต่เดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้า ท่าทีคนร้ายเคลื่อนไหวอย่างมั่นใจ ยิงคนที่ขวางทาง หรืออยู่ในแนวใกล้ตัว จากนั้นก็ปฏิบัติการชิงทอง แล้ววิ่งเบาๆ ออกจากห้าง ยิง รปภ. ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปอย่างใจเย็น ดูไม่ได้รีบร้อนอะไรมาก ภาพรวมของการก่อเหตุเป็นไปอย่างโหดเหี้ยม เด็ดขาด

วิเคราะห์จากรถจักรยานต์ที่ใช้เป็นพาหนะหลบหนี เป็นรถขนาดเล็ก ไม่สามารถทำความเร็วได้มากนัก และไม่น่าจะวิ่งทางไกลได้ ถังน้ำมันก็ไม่ใหญ่ หากจะหลบหนีข้ามจังหวัด ต้องมีการแวะเติมน้ำมัน แต่แวะปั๊มใหญ่ไม่ได้ เพราะมีกล้องวงจรปิด ยกเว้นมีจุดเปลี่ยนรถ เปลี่ยนเสื้อผ้า

เส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี เป็นเส้นทางสายบายพาส "ลพบุรี-ท่าวุ้ง" โดยขับย้อนศรออกจากห้างไปทางวัดดงน้อย ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่มีกล้องวงจรปิด และมีเส้นทางอื่นเชื่อมต่อไปยัง ตำบลบ้านกลับ อำเอหนองโดน จังหวัดสระบุรี ซึ่งต่อไปอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสิงห์บุรีได้ เมื่อพิจารณเส้นทางที่คนร้ายใช้ เชื่อได้ว่ามีการวางแผนมาเป็นอย่างดี หรือไม่ก็มีจุดกบดานอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุมากขณะที่อาวุธปืนสั้นที่ใช้ก่อเหตุ เป็นอาวุธปืนออโตเมติก คาดว่าเป็นขนาด 9 มม. / จุดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นการใช้ "ท่อเก็บเสียง" หรือ "อุปกรณ์ลดเสียง" ซึ่งไม่มีขายตามท้องตลาด เนื่องจากเป็นยุทธภัณฑ์ ผู้ครอบครองหรือซื้อขาย มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ มีใช้เฉพาะในหน่วยราชการ หรือหาได้จากตลาดมืดเท่านั้น

ลักษณะท่าทางในการก่อเหตุของคนร้าย นักอาชญาวิทยาชื่อดังอย่าง ร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์ จอมเดช ตรีเมฆ บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า หากนับเฉพาะเหตุการณ์ปล้นร้านทอง ยังไม่เคยเห็นว่ามีคนร้ายที่มีลักษณะยิงคนแบบ "ยิงทิ้งยิงขว้าง" ขนาดนี้มาก่อน ที่สำคัญมองว่าเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้อาวุธ ทั้งการเลือกใช้อาวุธปืน และอุปกรณ์เสริม อย่างท่อเก็บเสียง รวมถึงอาจจะเคยผ่านการฝึกยิงปืนมามากกว่าคนปกติ เพราะยิงปืนในลักษณะมือเดียว และเข้าเป้าสำคัญของเหยื่อทุกราย เป็นการยิงแบบไม่เล็งศูนย์แม้แต่น้อย แสดงให้เห็นถึงความชำนาญ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นของการเคลื่อนที่อย่างใจเย็น ตั้งแต่เดินเข้ามาในพื้นที่เป้าหมาย การแต่งกายคล้ายทหารหรือเจ้าหน้าที่ ปกปิดร่างกายทุกจุดที่จะนำไปสู่เบาะแสต่างๆ

"ล่าความจริง" ยังได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานเจรจาต่อรอง และชิงตัวประกัน ได้ข้อมูลว่า พฤติกรรมการ "ยิงกรุยทาง" โดยไม่สนใจว่ามีจะใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สะท้อนให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่ผิดปกติอย่างชัดเจน โดยอาจจะมีสาเหตุมาจากสิ่งเร้า 3 อย่าง ก็คือ การเสพสารเสพติดก่อนก่อเหตุ โดยเสพให้จิตใจมีความฮึกเหิม เพิ่มความกล้าในการก่อเหตุ หรืออาจมีสิ่งเร้าจากอารมณ์เครียด และภูมิหลังชีวิต หรือสุดท้ายอาจมีปัญหาภาระหนี้สิน จำเป็นต้องใช้เงินอย่างยิ่งยวด

สำหรับคดีสะเทือนขวัญนี้ ประเด็นที่มีการพูดถึงมากที่สุด ก็คือภาพจิตใจของคนร้าย เพราะมีการยิงเด็กและคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ถือว่าโหดเหี้ยมเกินกว่าคนปกติ จนมีการวิเคราะห์ว่า โจรโฉดปล้นทองรายนี้ อาจเป็นโรค "ไซโคพาธ" ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคมที่มีปัญหาด้านอารมณ์ แบบไม่เข้าใจอารมณ์ที่คนทั่วไปเข้าใจ / ไม่เข้าใจความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ไม่รู้สึกตื่นเต้น และไม่รู้สึกถึงความกลัว ทำให้เสี่ยงต่อการที่พวกเขาจะทำผิดบรรทัดฐานของสังคมหรือกฏหมาย

แต่สุดท้าย...คนร้ายรายนี้จะมีอาการผิดปกติทางจิตร่วมด้วยหรือไม่ หรือเขาอาจจะไม่ใช่คนไทย แต่เป็นนักแม่นปืนหรือคนร้ายจากต่างแดนตามที่มีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตจากยี่ห้อเครื่องแต่งกายและลักษณะท่าทาง เหล่านี้ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า ตำรวจจับจะกุมตัวได้เมื่อไร ก็จะไขความจริงทั้งหมดว่า โจรโหดรายนี้คือใคร และอะไรคือสาเหตุของคดีสะเทือนขวัญรับปีหนูไฟ

อนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์ / กัมปนาท ละออง ทีมล่าความจริง รายงาน