แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง อบจ.ระยอง จะเร่งแก้ไขปัญหาขยะล้นเกาะเสม็ด (ตามที่เราได้ดูในรายงานพิเศษ) แต่ก็ยังเหลืออีก 2 ปัญหาใหญ่ที่ชาวเกาะเสม็ดเขาตั้งใจรออย่างมาก คือ เรื่องแรก การเดินหน้าโครงการวางท่อน้ำประปาจากฝั่งไปยังเกาะเสม็ด เนื่องจากชาวบ้านบนเกาะเสม็ดต้องแบกรับภาระในการซื้อน้ำประปาราคาสูงถึงคิวละหลายร้อยบาทจากบนฝั่ง มาใช้ในการอุปโภคบริโภคและเรื่องที่ สอง ก็คือ มหากาพย์ปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติฯ ทับซ้อนกับที่ดินทำกินของชาวบ้านและสถานประกอบการ จำพวกโรงแรม รีสอร์ททั่วเกาะ ซึ่งเป็นประเด็นพิพาทกันมาตลอดนานกว่า 4 ปีแล้ว

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ลงพื้นที่เกาะเสม็ด และเชิญหน่วยงานทุกหน่วยมาร่วมกันหาข้อยุติทุกปัญหาบนเกาะสวาทหาดสวรรค์แห่งนี้

พลเอกวิทวัส บอกว่า ปัญหาแนวเขตที่ดินทับซ้อนบนเกาะเสม็ด ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมธนารักษ์ และกอ.รมน.จังหวัดระยอง ร่วมกันรังวัดแนวเขตที่ดินใหม่ภายใน 30 วัน และให้มีการรับรองแนวเขตที่รังวัดใหม่เป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ รวมถึงโครงการวางท่อน้ำประปาจากฝั่งไปยังเกาะเสม็ด ก็ยังนิ่งสนิท

เวลาที่ผ่านมานานกว่าครึ่งปี ทำให้ชาวบ้านหลายคนต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวว่า เริ่มกังวลกลัวว่า เรื่องการตรวจสอบเหล่านี้จะหายในกลีบเมฆเหมือนในอดีต เราไปฟังเสียงชาวบ้านเกาะเสม็ดกัน
โดยนาย กิตติ์พัฒน์ เจริญผล ผู้ประกอบการกรีนเพลท รีสอร์ท ได้เล่าว่า ... "การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำประปา และการจัดการขยะคืบหน้าแล้ว แต่เรื่องของที่ดินยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย เหมือนอยู่ในดินแดนเวทมนต์ ซึ่งชาวบ้านไม่รู้เลยว่า เกาะเสม็ดจะเดินหน้าไปยังทิศทางไหน เพราะแนวเขตที่ดินอยู่ในการดูแลของหน่วยงานรัฐหลายฝ่าย เรื่องของที่ดินจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด และยังมีปัญหาอื่นเกิดขึ้นมาอีก ทั้งปัญหาทะเบียนเรือที่ใช้วิ่งรับส่งนักท่องเที่ยว นี่ยังไม่รวมเรื่องของความเหลื่อมล้ำที่เจ้าหน้าที่บางหน่วยงานเข้มงวดกับข้อบังคับจนมากเกินไปจนเหมือนกับว่า สิทธิของคนเกาะเสม็ดหายไป แต่นายทุนกลับมีสิทธิ์มากมาย"

ไม่ต่างจากเจ้าของรีสอร์ทรายนี้ ซึ่งอีกหนึ่งบทบาทของเธอ ก็คือ ผู้ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องปัญหาที่ดินทับซ้อนบนเกาะเสม็ดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราไปฟังเสียงเธอกัน

โดย ชลธร เจริญผล ทม พิซซ่า รีสอร์ท เล่าว่า ... "หลังจากที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ลงพื้นที่มาดูปัญหาบนเกาะเสม็ด ทำให้ชาวบ้านเกิดความดีใจอย่างมาก แต่สุดท้ายชาวบ้านก็ต้องผิดหวังเหมือนเดิม โดยเฉพาะปัญหาที่ดิน / ซึ่งทุกวันนี้การบังคับใช้ช่องทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ สร้างความอึดอัดใจให้กับคนเกาะอย่างมาก ตอนนี้เกาะเสม็ดดั้งเดิมที่ยังต่อสู้อยู่มีเหลือแค่ 2 ครอบครัวเท่านั้น ส่วนใหญ่มีแต่นายทุน แต่พวกเราก็ยังต่อสู้ด้วยความหวังอันน้อยนิด แม้ผู้ตรวจการแผ่นดินจะลงมาดูแลอย่างใกล้ชิด แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีอำนาจตัดสินอะไรได้ เหมือนไม่มีดาบในการตัดสินใจอะไร // ถ้าวันนี้ภาครัฐให้อำนาจกับหน่วยงานอย่างอุทยานฯมากเกินไปก็จะทำให้สิทธิความเป็นคนของชาวบ้านเกาะเสม็ดลดลงไปทุกวัน เราจะอยู่กันอย่างไร หรือจะให้มีการแบ่งชนชั้นกันเหมือนในบางประเทศ"

ก็ต้องรอดูต่อไปกับการแก้ปัญหารอบด้านบนเกาะเสม็ด หรือเกาะแก้วพิสดาร แห่งนี้ต่อไป