ล่าสุดแม้ว่าท่านนายกฯจะออกมาปรามว่า วาระแถลงนโยบาย ไม่ใช่วาระอภิปรายไม่ไว้วางใจนะท่าน / ฉะนั้นไม่ควรมาฉวยโอกาสซักฟอกกัน แต่ปรากฏว่าฝ่ายค้านไม่สน เดินหน้าชน แถมขยายวงรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมากขึ้นไปอีก ร่วมๆ ครึ่ง ครม.กันเลยทีเดียว

เรามาดูรัฐมนตรีที่ถูกล็อคเป้าว่ามีใครกันบ้าง...



เริ่มจากเป้าแรก "6 รัฐมนตรี" เน้นไปที่พวกที่มีปูมหลังไม่ค่อยดี มีข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตจากงานที่เคยทำ เน้นไปที่ประเด็นขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 ว่าด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่ข้อกล่าวหาที่กำลังจะเล่าให้ฟังนี้ ทั้ง 6 รัฐมนตรีเขาออกมาโต้กันหมดแล้วนะ

คนแรก คุณอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตกเป็นเป้ากล่าวหาเกี่ยวกับคดีปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยในอดีต แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยถูกฟ้อง ไม่เคยตกเป็นจำเลย ศาลก็ไม่เคยพิพากษาว่าผิด แล้วจะมีความผิดได้อย่างไร

คนที่สอง คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีคดีสินบนโครงการจัดซื้อเครื่องยนต์โรลส์รอยซ์ สำหรับเครื่องบิน ซึ่งมีบางช่วงอยู่ในยุคที่คุณสุริยะเป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีคมนาคมในรัฐบาลไทยรักไทย แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง



คนที่สาม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีถูกกล่าวหามีมลทิน ทั้งพัวพันคดีฆาตกรรมหนุ่มนักเรียนนอก คดีพัวพันยาเสพติดที่ออสเตรเลีย แต่เจ้าตัวยืนเด่นแถลงชี้แจงทั้งหมด และย้ำว่าได้รับผลจาก พ.ร.บ.ล้างมลทิน เรียบร้อย 3 คนนี้มาจากค่ายพลังประชารัฐ

คนที่สี่ คุณมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากพรรคภูมิใจไทย ถูกกล่าวหาว่าสมัยดำรงตำแหน่งนายกเล็กเมืองอุทัยธานี ทำโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียล่าช้า เป็นโครงการมหากาพย์ แต่มีเสียงชี้แจงจาก คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ พี่ชายว่า จริงๆ แล้วโครงการมีปัญหามาก่อน และน้องสาวเป็นคนบอกเลิกสัญญา พร้อมเรียกคืนเงินค่าปรับจากผู้รับเหมา ถือว่าทำให้รัฐได้ประโยชน์

คนที่ห้า คุณวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน คุณวีระศักดิ์ ถูกขุดคุ้ยว่าเคยถูกศาลพิพากษาคดีก่อสร้างโรงงานบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. จำนวน 1,200 ไร่ แต่เจ้าตัวอ้างว่าคดียุติแล้ว และได้เคลียร์ปัญหาทั้งหมดเรียบร้อย

คนที่หก คุณนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จากพรรคประชาธิปัตย์ สมัยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.โดนทั้ง สตง. และ ป.ป.ช.ตรวจสอบ แต่เจ้าตัวชี้แจงว่าเรื่องร้องเรียนทั้งหมดไม่ใช่การทุจริต แต่เป็นการที่คุณนิพนธ์ไม่จ่ายเงินงบประมาณ เพราะโครงการมีปัญหาเรื่องฮั้ว ฉะนั้นจึงเป็นการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ไม่ใช่โกง

ทั้ง 6 คนคือเป้าแรกที่ฝ่ายค้านเปิดออกมา



ต่อมา คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดซ้ำ คราวนี้มากกว่าเก่า เพราะประกาศว่าจะใช้เวทีสภาช่วงอภิปรายนโยบาย ซักฟอกรัฐมนตรีที่มีปัญหาคุณสมบัติทั้งหมด



ใครกันบ้างไปไล่เรียงกันดู พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ , พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ 6 คนจากเป้าแรก คือ คุณอุตตม , คุณธรรมนัส , คุณสุริยะ , คุณมนัญญา , คุณวีระศักดิ์ และคุณนิพนธ์ นอกจากนั้นก็เป็นกลุ่มที่มีปัญหาถูกร้องกรณีถือหุ้นสื่อ คือ คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีศึกษาฯ , คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีดีอี , หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีแรงงาน และคุณเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นับนิ้วแล้วก็ 14 คน เกือบครึ่งครม.



แต่ข่าวที่ "ล่าความจริง" หามาได้ล่าสุด มีความเป็นไปได้สูงว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายแบบ "กราดยิง" ไปยังรัฐมนตรีที่มีปัญหาถูกเอ่ยอ้างเป็นข่าวมาทั้งหมด แต่จะเป็นแบบ "แตะๆ" ให้ระคายผิวเท่านั้น เพราะเป้าใหญ่ที่ล็อคกันไว้ว่าจะอภิปรายกันจริงๆ มีแค่ 3 คน คือ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เน้นไปในเรื่องคุณสมบัติ เพราะตำแหน่งหัวหน้า คสช.น่าจะเป็น "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" ทำให้เป็นแคนดิเดตนายกฯไม่ได้ นอกจากนั้นยังเคยเป็นผู้นำการปฏิวัติรัฐประหาร น่าจะขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพราะกำหนดให้ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่สำคัญจะมีการเปิดพฤติกรรมส่วนตัวบางอย่างของ "บิ๊กตู่" เพื่อชี้ให้เห็นว่าไม่เหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย

คนที่สอง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ "พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์" ประเด็นที่จะโดนหนักที่สุดคือ "นาฬิกาหรูยืมเพื่อน - แหวนเพชรเม็ดโตยืมแม่" เพราะน่าจะกระทบต่อนโยบายการปราบทุจริต สร้างมาตรฐาน "ยืมไม่ผิดกฎหมาย ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน" จนถูกขนานนามว่าเป็น "รัฐบาลปล่อยโกง" ไม่ใช่ "ปราบโกง"

และคนที่สาม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา "พี่รองของน้องตู่" คาดว่าจะโดนอภิปรายเรื่องเก่าๆ เรียกว่า "เปิดแผลเก่า" ตั้งแต่เรื่อง จีที 200 / เรือเหาะ-เรือเหี่ยว และเรื่องอื่นๆ ทั้งที่เคยชี้แจงไปแล้ว และยังไม่ชี้แจง

ทั้ง 3 คนนี้ก็คือ "ก๊วน 3 ป." สามพี่น้องที่เติบโตไล่กันมา ก้าวต่อก้าว ตลอดชีวิตราชการ และยังมาร่วมกันบริหารบ้านเมืองหลังการรัฐประหารปี 57 อีก เท่านั้นยังไม่พอยังต่อในรัฐบาลหลังเลือกตั้ง แต่อีกกี่ปียังไม่รู้

ฝ่ายค้านมองว่าถ้าตี "ก๊วน 3 ป." ได้ ก็จะกระทบกับรัฐบาลมากที่สุด เพราะเป็นหัวใจของรัฐบาลชุดนี้ และจะเป็นคะแนนสะสมในการกดดันให้พรรคร่วมรัฐบาลเลิกสนับสนุน "ก๊วน 3 ป." ในอนาคต