"กลุ่ม 4 กุมาร" จริงๆ แล้วคือ "กลุ่ม 4 อดีตรัฐมนตรี" ในรัฐบาล คสช.ที่ได้รับมอบหมายภารกิจให้ปลุกปั้นพรรคพลังประชารัฐในช่วงตั้งไข่
 
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น 4 อดีตรัฐมนตรี กลุ่มนี้จึงมี 4 คน ประกอบด้วย คุณอุตตม สาวนายน , คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ , คุณสุวิทย์ เมษินทรีย์ และ คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล
 
ทั้งหมดคือ "มือทำงาน" ด้านเศรษฐกิจของ "ส.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช. หนึ่งใน "3 ส." ของ "กลุ่มสามมิตร" นั่นเอง
 
และทั้ง 4 คนก็มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ , คุณอุตตม เป็นหัวหน้า , คุณสนธิรัตน์ เลขาฯ , คุณสุวิทย์ รองหัวหน้า และคุณกอบศักดิ์ โฆษก
 


เส้นทางแต่ละคนเป็นอย่างไร เรามาไล่ดูทีละคน...
 
เริ่มจาก คุณอุตตม , เคยเป็นผู้บริหารแบงก์พาณิชย์ , เคยเป็นครูบาอาจารย์ที่นิด้า และเป็นมือทำงานให้กับ "ส.สมคิด" มาตลอด เคยเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีคลัง สมัยที่ ส.สมคิด เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในยุครัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรด้วย
 
สำหรับในรัฐบาล คสช. , คุณอุตตม นั่งรัฐมนตรีมาแล้ว 3 กระทรวง เริ่มที่ "ไอซีที" ต่อด้วยกระทรวงดีอี หรือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , และสุดท้ายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนจะลาออกมาลุยงานการเมืองเต็มตัวในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
 
 
คุณสนธิรัตน์ เริ่มต้นเส้นทางการเมืองจากการเข้าเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป 2 สภาในยุค คสช. จากนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผงาดเป็นรัฐมนตรีว่าการตามลำดับ ทั้งหมดนี้อยู่ในยุครัฐบาลทหาร จากนั้นก็ลาออกมาลุยงานการเมืองในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ
 
จุดเด่นของคุณสนธิรัตน์ คือ "มือประสานสิบทิศ" และมีคอนเนคชั่นแทบทุกวงการ ลีลาทางการเมืองเด็ดที่สุดในกลุ่ม 4 กุมาร
 

 
ไปต่อกันที่ คุณสุวิทย์ เมษินทรีย์ อีกหนึ่งมือทำงานที่อยู่กับ "ส.สมคิด" มายาวนาน ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย จนถึงยุคไทยแลนด์ 4.0 ขึ้นชั้นเป็นเสนาบดีครั้งแรกในยุค คสช. เป็นรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ ก่อนย้ายมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ดูแลงานด้านเศรษฐกิจ และผงาดขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทั่งลาออกพร้อมเพื่อนๆ มาเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
 




 
น้องเล็กของกลุ่ม 4 กุมาร คือ คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมหภาค เจ้าของรางวัล "ป๋วย อึ๊งภากรณ์" เมื่อปี 2552 มีประสบการณ์ทำงานที่แบงก์ชาติ เคยไปช่วยงานที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เคยเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ ก่อนที่จะเริ่มทำงานการเมืองในตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แบบเต็มตัว ก่อนลาออกมาเป็นโฆษกพรรคพลังประชารัฐที่ว่ากันว่าเป็นโฆษกพรรคการเมืองที่แถลงน้อยที่สุด
 
คุณผู้ชมหลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงต้องเรียก "4 อดีตรัฐมนตรี" ว่า "4 กุมาร" คำตอบก็คือความเป็น "ละอ่อนทางการเมือง" เพราะแต่ละคนทำงานสายวิชาการ และภาคเอกชนมา ไม่เคยสัมผัสงานการเมืองมาก่อน แต่กลับรับบทเป็น "คีย์แมน" ในพรรคการเมืองแกนนำรัฐบาลอย่างรวดเร็ว แถมยังมีตำแหน่งแห่งหนในรัฐบาลชุดใหม่ครบทุกคนด้วย เปรียบเหมือนตัวเอกในละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง "สี่ยอดกุมาร" ที่แม้จะเป็นเด็ก แต่มีฤทธิ์เดชมาก ปราบได้ทุกสารทิศ
 
ความเติบใหญทื่ของ "4 กุมาร" ทำให้เริ่มมีการมองกันว่า พวกเขาอาจกลายเป็น "สายล่อฟ้า" ของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะฝ่ายค้านก็จองกฐินเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเอาไว้แล้ว ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ และการที่ 1 ใน 4 กุมาร เคยเกี่ยวพันกับคดีปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย อดีตผู้บริหารคนอื่นติดคุกกันหมด แต่รายนี้รอดอยู่คนเดียว
 
ฉะนั้นบาดแผลที่ฝากไว้กับ "กลุ่มสามมิตร" อาจกลายเป็นสายฟ้าที่ฟาดคืน "4 กุมาร" ในวันที่นั่งเก้าอี้เสนาบดี