จากกรณีที่มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้มีคำสั่งนามแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ หักพาล อดีต ผบช.สตม. ซึ่งถูก คสช.มีคำสั่งตามมาตรา 44 ให้ย้ายขาดจากข้าราชการตำรวจไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการอนุ ก.ตร.เกี่ยวกับกฏหมายและระเบียบ ตามมติที่ประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 5/2562 เห็นชอบ ซึ่งมีนายตำรวจอื่นๆอีก 15 นาย โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.เป็นประธานอนุกรรมการ

ต่อมา เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาลที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีมีการเผยแพร่คำสั่ง ลงนามโดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยในคำสั่งปรากฎชื่อของตนอยู่ในนั้นขอเรียนชี้แจงว่าคำสั่งที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้ เป็นคำสั่งแต่งตั้งในคณะทำงานชุดเดิม ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในบางตำแหน่ง รวมถึงประธานกรรมการ เนื่องจากเกษียณอายุราชการ จึงต้องมีการลงนามคำสั่งใหม่อีกครั้ง ยืนยันว่าไม่ใช่การแต่งตั้งตำแหน่งใหม่แต่อย่างใด ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็พร้อมที่จะทำงานเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทำงานให้ประชาชนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาประเทศขับเคลื่อน ตามนโยบายของรัฐบาล

ในส่วนกรณีที่ปรากฎภาพว่าตนเดินทางไปไหว้พระที่จ.นครศรีธรรมราชนั้น ส่วนนี้ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ด้วยเหตุที่นับถือเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งที่ผ่านมาก็มีโอกาสเดินสายทำบุญเช่นนี้มาตลอด เพียงแต่ก่อนหน้านี้ภาระงานค่อนข้างหนัก ทำให้เวลาในการตระเวนไหว้พระมีน้อยแต่หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการพลเรือน ทำให้พอมีเวลามากขึ้นในการปฎิบัติธรรม ซึ่งที่ผ่านมาหลังจากเสร็จภารกิจงาน ตนและภรรยาก็ได้ออกเดินสายไหว้พระเพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ ทั้งเหนือ อีสาน ใต้ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสเข้าไปกราบสักการะพระแก้วมรกตในพระบรมมหาราชวัง ด้วยหัวใจเลื่อมใสศรัทธา เหมือนเช่นประชาชนคนหนึ่ง อีกทั้งช่วงนี้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง โดยเฉพาะคุณแม่เพิ่งหกล้ม จนทำให้ต้องพักฟื้นอยู่เป็นสัปดาห์ จึงคิดว่า น่าจะหาโอกาสที่เหมาะสมไปไหว้พระขอพรเพื่อให้คุณแม่หายป่วย ซึ่งเมื่อมีโอกาสก็ไม่พลาดที่จะได้ไปกราบขอพรสักครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่คิดจะประกอบพิธีกรรมใหญ่โต



อย่างไรก็ตามการทำงานในขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาก็ได้มอบหมายงานให้ทำเช่นเดียวกับข้าราชการคนอื่นๆ เมื่อได้รับมอบหมายภารกิจก็มุ่งมั่นที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ และมุ่งหวังว่างานที่ทำจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง และยังยืนยันว่าจะยืนหยัดทำหน้าที่ เป็นข้าราชการเพื่อทดแทนคุณแผ่นดินและทำประโยชน์ให้ประเทศชาติต่อไป



ล่าสุด พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกประชุม คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งอนุกรรมการ ก.ตร. โดยภายหลังการประชุม1 ชั่วโมง พลเอกประวิตร ระบุว่า สาเหตุที่มีการเรียกประชุม ก.ตร. ก่อนกำหนดวันนี้ ไม่ได้เป็นวาระเร่งด่วน แต่เนื่องจากวันศุกร์ติดประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล จึงเลื่อนการประชุมมาเร็วขึ้น ไม่ได้เป็นการลดกระแสแรงเสียดทางจากสังคมที่จะดัน พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี กลับเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ข้าราชการตำรวจ

ด้านพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า เป็นผู้เสนอชื่อพันตำรวจเอกมานะ เผาะช่วย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 มาทำหน้าที่แทน พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับด้านกฎหมาย ประกอบกับ พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ มีหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ทำให้ไม่มีเวลาเข้าร่วมประชุม จึงเป็นสาเหตุให้พันตำรวจเอกมานะ เข้ามาเป็นอนุกรรการแทน

ทั้งนี้จากการสอบถามพันตำรวจเอกมานะ ได้ตอบรับและยินดีที่จะเข้ามาเป็นอนุกรรมการในการดูแลด้านกฎหมายของอนุกรรม ก.ตร.