แม้ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ชาวบ้านดงมะไฟพยายามต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม กระทั่งศาลปกครองจังหวัดอุดรธานี มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงโม่หินไปเมื่อปีที่แล้ว แฃละทางโรงโม่หินก็ยอมหยุดประกอบกิจการไปเป็นเวลากว่า 60 วัน แต่หลังจากนั้นไม่นาน โรงโม่หินที่เป็นต้นตอของปัญหา ก็กลับมาประกอบกิจการตามปกติ พร้อมอ้างว่าได้ไปยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจนได้รับอนุญาตให้กลับมาดำเนินการได้เหมือนเดิม

คุณผู้ชมคงยังจำภาพโลงศพหล่อปูนของกำนันดงมะไฟได้ นี่คือสัญลักษณ์การคัดค้านโรงโม่หินในพื้นป่าชุมชนเหล่าใหญ่บ้านผาจันได ใกล้กับป่าสงวนแห่งชาติ "ป่าเก่ากลอยนากลาง" ท้องที่บ้านโชคชัย ตำบลดงมะไฟ จังหวัดหนองบัวลำภู เพราะทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ทั้งมลภาวะทางอากาศ เสียง รวมถึงเศษหินจากการระเบิด ทำให้พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านได้รับความเสีย ชาวบ้านต่อสู้กันมาจนเมื่อเดือนมีนาคมปีก่อน ศาลปกครองจังหวัดอุดรธานี ได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนใบอนุญาตการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ และเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้ต่ออายุ "ใบประทานบัตรการทำเหมืองหินอุตสาหกรรม" ของโรงโม่หินคู่กรณี ซึ่งชาวบ้านก็ดีใจ บางคนถึงขั้นร่ำไห้ ซึ่งล่าความจริงเคยรายงานบรรยากาศให้ชมไปแล้ว



แต่ชัยชนะของชาวบ้านเป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เพราะโรงโม่หินหยุดระเบิดหินแค่ 60 วัน หลังจากนั้นก็กลับมาประกอบกิจการเหมือนเดิม มีการระเบิดหิน และมีรถบรรทุกหินผ่านหมู่บ้านวันละ 40 -50 เที่ยวเหมือนเก่า หนำซ้ำ ทางโรงโม่ยังได้ส่งหนังสือไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ เพื่อให้ต่ออายุประทานบัตร ซึ่งทาง อบต.ก็เซ็นให้ความเห็นชอบอีกด้วย ทำให้ชาวบ้านทนไม่ไหว ต้องไปยืนหนังสือคัดค้านเรื่องนี้ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า

นายลำ กองปาน สมาชิก อบต.ดงมะไฟ ฝั่งต่อต้านโรงโม่หิน บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า สาเหตุที่ทางโรงโม่ฯกลับมาระเบิดหินได้เหมือนเดิม เพราะอ้างว่าไปยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจนได้รับอนุญาตให้กลับมาประกอบกิจการได้ แต่สิ่งที่ชาวบ้านดงมะไฟไม่เข้าใจ ก็คือ เหตุใด อบต.ดงมะไฟ จึงยังเห็นชอบให้ต่ออายุประทานบัตรอีก

การต่อสู้ของชาวบ้านดูจะยังไม่จบง่าย ถ้ามีความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อไหร่ ล่าความจริงจะนำมารายงานให้ทราบทันที