การเคลื่อนไหวนี้ต้องบอกว่าซ้ำรอยกับกลุ่ม ส.ส.อีสาน ที่นำโดย เอกราช ช่างเหลา ที่ออกมาเขย่าพรรคพลังประชารัฐตั้งแต่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาฟังเสียง นายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มด้ามขวานที่ออกตัวว่า ไม่ได้กดดันหรือต่อรองใดๆ แต่ก็มีถ้อยคำสะกิดใจตรงประโยคที่ว่า "ถ้าไม่มีคนในสัดส่วนของภาคใต้เข้าไปนั่งบริหารก็คงจะสู้เขาไม่ได้ เพราะตอนนี้ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ ก็จัดเต็มทั้ง 2 พรรค หากยังปล่อยไว้แบบนี้ ผมมั่นใจว่าพลังประชารัฐจะสูญพันธุ์ที่ภาคใต้แน่นอน"เหตุผลแบบนี้ ฟังๆ ดูก็ต้องบอกว่า ฟังขึ้นพอสมควร เพราะสนามเลือกตั้งภาคใต้หนนี้ มีเก้าอี้ ส.ส.รวม 50 ที่นั่ง ปรากฏว่ามีพรรคร่วมรัฐบาลแบ่งที่นั่งกันไปถึง 4 พรรค ฝ่ายค้าน 1 พรรค ผิดกับการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์กวาดเกือบ 100%

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้ไปเพียง 22 ที่นั่ง จากทั้งหมด 50 ที่นั่ง หายไป 28 ที่นั่ง แต่ก็ยังมีว่าที่รัฐมนตรีจากภาคใต้ถึง 3 คน ได้แก่ หัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ตามมาด้วยนิพนธ์ บุญญามณี และอีกคนคือ ถาวร เสนเนียมอีกหนึ่งคือ พรรคภูมิใจไทย เดิมเคยได้ ส.ส.เฉพาะที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้บางเขต รวมแล้ว 1-2 เก้าอี้เท่านั้น แต่คราวนี้กวาดไปถึง 8 เก้าอี้ ปรากฏว่าในโผ ครม.ของภูมิใจไทยก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะได้ส่ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ หรือ "โกเกี๊ยะ" สามีของ นางนาที รัชกิจประการ ซึ่งเป็นนายทุนใหญ่ และเป็นแม่ทัพภาคใต้ ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

แต่สำหรับพรรคพลังประชารัฐรองแชมป์ ได้ 13 เก้าอี้ แต่กลับไม่มีรัฐมนตรีเลยแม้แต่คนเดียว ก็น่าคิดว่าจะสูญพันธุ์จริงในการเลือกตั้งครั้งหน้าตามที่แกนนำ ส.ส.ใต้กลุ่มด้ามขวานว่าเอาไว้หรือไม่ปัญหานี้ทำท่าจะจบลงแล้ว สรุปว่าทางพรรคพลังประชารัฐจะตั้ง "ตัวกลาง"หรือ"คณะทำงาน" เป็นข้อต่อระหว่างรัฐมนตรีกับ ส.ส.แต่ละภาค โดยเฉพาะ ส.ส.อีสาน กับใต้ เพื่อให้เสียงจาก ส.ส.ส่งถึงรัฐมนตรีและรัฐบาล