ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน รัฐธรรมนูญมาตรา 106 กำหนดว่าต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.มากที่สุดที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล และตัวหัวหน้าพรรคต้องเป็น ส.ส. เพื่อทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยคือพรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.มากที่สุด และไม่ได้เป็นรัฐบาล หัวหน้าพรรคเพื่อไทยจึงต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้าน แต่ปัญหาก็คือ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนปัจจุบัน พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ ไม่ได้เป็น ส.ส. เช่นเดียวกับแกนนำพรรคทุกคน ทั้งแคนดิเดตนายกฯ 3 คนที่นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไล่ไปจนถึงเลขาธิการพรรค ทำให้พรรคต้องเฟ้นหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายในสัปดาห์นี้ (เดิมกำหนดไว้คร่าวๆ วันนี้ แต่ต้องเลื่อนออกไปก่อน วันนี้มีแต่การประชุมคณะผู้บริหารพรรค)

ความเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีชื่อ ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านถึง 3 คน ประกอบด้วย คุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ อายุเกือบ 78 ปี ซึ่งมีอาวุโสทางการเมืองสูง ผ่านการเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวงตั้งแต่ในรัฐบาล พลเอกสุจินดา คราประยูร ปี 35 เลยทีเดียว

คนต่อมาคือ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. คนใกล้ชิดของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯลำดับที่ 1 ของพรรค แต่ไม่ได้รับการเสนอชื่อ นอกจากนั้นยังมี คุณไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง ในวัย 83 ปีด้วย




หลายฝ่ายมองว่า การแต่งตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เป็น ส.ส. เพื่อเตรียมรับหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนี้ กำลังสะท้อนปัญหาความแตกแยกภายในพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตมานานตั้งแต่ช่วงก่อนเลือกตั้ง โดยเฉพาะการปรากฏชื่อ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ มาเป็นคู่แข่ง เนื่องจาก คุณสมพงษ์ ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตคนแรก เป็นสายตรงกลุ่มวังบัวบาน ใกล้ชิดกับ "เจ๊แดง" คุณเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเมื่อมีการพูดถึงชื่อคุณสมพงษ์แล้ว ก็ไม่ควรมีคู่แข่งอีก แต่ปรากฏว่ามีการสร้างกระแสสนับสนุน นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ ที่เป็นคนใกล้ชิดคุณหญิงสุดารัตน์ และมีการเปิดภาพการลงพื้นที่โคราช ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนด้วยกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเป็นที่รู้กันดีว่าคุณหญิงสุดารัตน์ผิดหวังจากการไม่ได้เป็น ส.ส. และไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถมยังไม่ได้รับการเสนอชื่อชิงนายกฯในฐานะแคนดิเดตด้วย

เมื่อวาน คุณสมพงษ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เรียกร้องให้ขั้วพลังประชารัฐ 19 พรรคตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็ว เพื่อที่ 7 พรรคขั้วเพื่อไทยจะได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น การปรากฏตัวของคุณสมพงษ์ จึงเหมือนการประกาศความพร้อมในการเป็น "ผู้นำฝ่ายค้าน" อยู่กลายๆ และคล้ายๆ จะออกมาชนกับคุณอนุดิษฐ์ ที่เพิ่งมีภาพลงพื้นที่กับคุณหญิงหน่อยโดยตรง




ฉะนั้นต้องจับตาดูว่าผู้ใหญ่ในพรรคจะเคลียร์ปัญหานี้ได้หรือไม่ เพราะหากปล่อยให้มีการแข่งขันชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน ย่อมมีความขัดแย้งเกิดตามมา (ดูพรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวอย่าง) และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คนที่เป็นแคนดิเดตบางคนอาจไม่ใช่ "ขุนพล" ที่จะนำทัพเป็นฝ่ายค้านคุณภาพได้จริงๆ เพราะ "ตัวจริง" อยู่นอกสภาทั้งหมด เหตุนี้เองปัญหาภายในพรรคเพื่อไทยจึงน่าจะส่งผลถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา ในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน มีความสำคัญมากในเวทีการเมืองระบบรัฐสภา เพราะจะเป็น "หัวหอก" ในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร และตามธรรมเนียมของบ้านเรา เวลาฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ หรือ ครม. ผู้นำฝ่ายค้านจะเป็นผู้อภิปรายสรุปญัตติเพื่อให้สมาชิกได้ตัดสินใจโหวต ส่วนการประชุมผู้บริหารพรรคเพื่อไทยวันนี้ ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องตำแหน่งหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน แต่ขั้นตอนคร่าวๆ คือให้ พลตำรวจโทวิโรจน์ ลาออกก่อน จากนั้นกรรมการบริหารพรรคจะสิ้นสภาพทั้งหมด และจุดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกห้วหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต่อไป โดยหัวหน้าพรรคคนใหม่จะทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และคงไม่มีการส่งต่อให้พรรคฝ่ายค้านที่มีเสียงรองลงไป ทั้งอนาคตใหม่ และเสรีรวมไทย