ทันทีที่จบภารกิจโหวตนายกฯ สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันสังกัดกลุ่มสามมิตร แถลงเรียกร้องให้ทำความเข้าใจกับพรรคร่วมรัฐบาลว่า พรรคพลังประชารัฐในฐานะพรรคแกนนำ ต้องได้ดูแลกระทรวงสำคัญๆ ต่างๆ เพื่อสานงานต่อจากรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ ชุดปัจจุบัน รวมทั้งขับเคลื่อนงานตามนโยบายที่พรรคได้หาเสียงเอาไว้ โดยพรรคพลังประชารัฐควรได้ดูแลกระทรวงสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนจำเป็นเร่งด่่วนของประชาชนถอดรหัสคำแถลงของ "กลุ่มสามมิตร" ต้องการให้อยู่ในโควต้าของพรรคพลังประชารัฐเอง คือ กระทรวงคมนาคม กับเกษตรและสหกรณ์

ตรวจสอบสถานะล่าสุดของ 2 กระทรวงนี้ ในการเจรจาจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับพรรคร่วมรัฐบาลก่อนโหวตนายกฯ พบว่า ก.เกษตรและสหกรณ์ อยู่ในโควต้าของพรรคประชาธิปัตย์ จากจำนวน 7 เก้าอี้ที่ได้รับการจัดสรร ประกอบด้วย รมต.ว่าการ 4 กระทรวง คือ พาณิชย์,เกษตรฯ, ยุติธรรม และ พม. กับอีก 2 คือ รมช.คือมหาดไทย กับ คลัง และรองนายกฯ อีก 1 เก้าอี้


ส่วน ก.คมนาคม อยู่ในโควต้าของพรรคภูมิใจไทย จากจำนวน 7 เก้าอี้ที่ได้รับการจัดสรร เป็น รมต.ว่าการ 3 กระทรวง คือสาธารณสุข, คมนาคมและท่องเที่ยว กับ รมช.3 กระทรวง คือ มหาดไทย, เกษตร และศึกษา รวมรองนายกฯ อีก 1 เก้าอี้

หากมีการขยับ 2 กระทรวงเกรดเอนี้ คือ คมนาคมกับเกษตรฯ ก็จะไปกระทบกับพรรคร่วมรัฐบาลอีก 2 พรรค สร้างแรงกระเพื่อมในการจัดตั้ง ครม.ขึ้นอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ฝุ่นควันเพิ่งเริ่มจางช่วง 1 วันก่อนโหวตนายกฯ นี้เองสำหรับพรรคพลังประชารัฐ ได้รับการจัดสรร รมต.ว่าการ 10 กระทรวง รมช.3 ตำแหน่ง และรองนายกฯ 3 คน จะเห็นว่าไม่มี 2 กระทรวงสำคัญคือ คมนาคม และเกษตรฯ โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ นั้น ไม่มีแม้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย

พิจารณาจากความเคลื่อนไหวของ "กลุ่มสามมิตร" น่าเชื่อว่าดีลการจัดตั้งรัฐบาลและจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีช่วงก่อนโหวตนายกฯ จนออกมาเป็น "โผ" นี้ น่าจะได้ข้อยุติแล้ว สังเกตได้จากไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนออกมาโวยวาย มีแต่กลุ่มสามมิตรเท่านั้น แสดงว่ากลุ่มสามมิตรน่าจะอกหัก

สถานการณ์ของกลุ่มสามมิตรตอนนี้ กำลังกลายเป็น "คลื่นใต้น้ำ" ในพรรคพลังประชารัฐ เพราะมีการนัดกินข้าว-รวมพลกันแทบทุกวัน เช่น วันที่พรรคพลังประชารัฐแถลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับอีก 5 พรรคการเมือง กลุ่มสามมิตรก็มีการไปพบปะสังสรรค์กัน และออกมาเน้นย้ำว่า กระทรวงเกษตรฯกับคมนาคมควรอยู่ในความดูแลของพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะมาแถลงซ้ำอีกครั้งหลังโหวตนายกฯเมื่อคืน ขณะที่ก่อนหน้านี้ คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ก็เคยออกมาแถลง แถมยังตบท้ายว่าถ้าไม่ได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ คงต้องร้องไห้ ถือเป็นสัญญาณแรงชัดที่ส่งถึงแกนนำพรรคอย่างไม่ปิดบัง

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ข่าวเมาท์ หรือข่าวลือ เพราะสองแกนนำพรรคทั้ง คุณอนุชา นาคาศัย และ คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ออกมายอมรับแล้วว่าการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรียังไม่นิ่งจริงๆ และยังบอกว่าหากยังไม่มีความชัดเจน ก็จะมอบอำนาจให้นายกฯคนใหม่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้เคาะตัดสินใจแน่นอนว่าถ้าปัญหาบานปลายไปถึงขั้นนั้น แม้จะให้นายกฯ ตัดสินใจขั้นสุดท้าย ก็จะกลายเป็นรอยร้าวที่รอวันแตกอยู่ดี และนี่เองที่ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า รัฐบาลชุดนี้น่าจะอยู่ไม่ยืด