พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ ในฐานะอดีตที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปตำรวจ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า เรื่องของการเรียกรับเงินเป็นค่าสืบคดีของตำรวจบางกลุ่มบางนายนั้น หากว่ากันตามจริงแล้ว ตำรวจไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งนั้น เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจในการสืบสวนสอบสวนคดี แม้ผู้เสียหายจะให้เงินเพื่อเป็นสินน้ำใจก็ไม่สามารถรับได้ เพราะอาจเข้าข่ายความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 โทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต


ส่วนประเด็นการเรียกรับเงินเพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบสวนสอบสวนคดี มีให้เห็นมานานพอสมควร ถือเป็นพฤติกรรมของตำรวจบางนาย ส่วนใหญ่จะใช้วิธีพูดแบบ "หมาหยอกไก่" เช่น อ้างว่าไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางบ้าง ไม่มีค่าน้ำมันรถบ้าง ทั้งที่ค่าใช้จ่ายพวกนี้ หน่วยงานต้นสังกัดมีงบประมาณเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว

อดีตที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปตำรวจ ยังแสดงความกังวลว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดในขณะนี้คือ ตำรวจไม่อยากรับเรื่องร้องทุกข์ให้เป็นคดีความ เพราะเมื่อรับแล้ว ออกเลขคดีแล้ว จะเข้าสู่สารบบคดีอาญา ต้องสืบสวนสอบสวนทำสำนวนวุ่นวาย และหากคดีมีการฟ้องขึ้นสู่ศาล ก็ต้องไปเป็นพยานในชั้นศาลด้วย ทำให้ปัจจุบันมีการรับแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เฉยๆ แต่ไม่ออกเลขคดี ไม่ทำคดี ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อน และไม่มีหน่วยงานไหนตรวจสอบได้
สำหรับช่องทางการทุจริตและเรียกรับผลประโยชน์ของตำรวจบางกลุ่มบางพวกนั้น มีอยู่ 4 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เรียกว่า "4 สายสูบ" คือ"ฝ่ายสืบสวน" ส่วนใหญ่เรียกรับเงินจากบ่อนการพนันที่เปิดแบบผิดกฎหมาย และสถานบันเทิงที่เปิดเกินเวลา"ฝ่ายปราบปราม" เรียกรับเงินจากการติดตั้งตู้แดงตามบ้าน หรือห้างร้านต่างๆ ซึ่งบางโรงพักใช้การติดตั้งตู้แดงเป็นการเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการดูแลตรวจตรา นอกจากนั้นก็มีการเรียกรับเงินจากผู้ต้องหา แลกกับการไม่ถุกจับ

"ฝ่ายจราจร" เรียกรับเงินตามท้องถนน หรือบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดมากๆ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ หรือออกใบสั่งและหวังส่วนแบ่งค่าปรับ"ฝ่ายสอบสวน" เรียกรับผลประโยชน์จากการล้มคดี หรือเคลียร์คดี อย่างคดีของลูกชายบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่มีการเคลียร์คดีทั้งหมดนี้ต้องย้ำว่า เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล บางคน บางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งต้องจัดการเฉพาะราย ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีตำรวจดีๆ อีกเยอะ


ปัญหาใหญ่ตอนนี้ คือตำรวจไม่อยากรับเรื่องร้องทุกข์ให้เป็นคดีความ คือไม่ออกเลขคดี เรียกกันในวงการว่า "เป่าคดี" เพราะหากรับเรื่องร้องทุกข์เป็นคดีความแล้ว จะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนทันที มีกรอบเวลากำหนดชัดเจน และมีค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอน ทั้งการลงพื้นที่สืบสวน การเดินทางไปสอบปากคำพยาน

แม้ปัจจุบันจะมี "กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา" ที่จัดสรรให้กับทุกโรงพักก็ตาม แต่งบเหล่านี้กลับไม่ถึงมือตำรวจระดับปฏิบัติการ ผู้บังคับบัญชาบางรายเก็บไว้เองบ้าง หลายคดีต้องออกเงินส่วนตัว ทำให้ไม่มีใครอยากมาทำ และกลายเป็นสายที่มีความขาดแคลน รวมทั้งเป็นสาเหตุหนึ่งของการ "เป่าคดี"