เบาะแสจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า ทั้ง 4 คนนี้น่าจะเพิ่งก่อเหตุอุกอาจ ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มเข้าไปในร้านอาหาร เป็นร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ชื่อร้าน "ข้าวแกงปลาดุก" ตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 42 ซึ่งเป็นถนนสายใหญ่ เชื่อมระหว่างปัตตานีกับนราธิวาส ร้านตั้งอยู่หมู่ 4 ตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ผลของการสาดกระสุน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ น.ส.สุภาวดี ฤทธิ์เพชร อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช พอยิงเสร็จ ทั้ง 4 คนก็หลบหนี โดยขับรถลัดเลาะและสวนเลนมา เพื่อเข้าถนนสายรอง และถนนในหมู่บ้านไปกบดาน

ปกติแล้วเวลาเกิดเหตุรุนแรงที่ชายแดนใต้ ถ้าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ พวกนักรบอาร์เคเค พวกนี้เขาจะมีขั้นตอนปฏิบัติการ วางแผนมาเป็นอย่างดี หลังก่อเหตุ จะมีบ้านแนวร่วมไว้เปลี่ยนเสื้อ เปลี่ยนรถ ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 5 นาที ห่างจากจุดก่อเหตุในรัศมีไม่เกิน 1-2 กิโลเมตร

ที่บ้านหลังนี้จะมีที่ซ่อนอาวุธปืน มีเสื้อผ้าใหม่ให้เปลี่ยน และมีแนวร่วมมารับรถคันที่ใช้เป็นพาหนะก่อเหตุไปซ่อน หรือดัดแปลงป้ายทะเบียน จากนั้นจะมีแนวร่วมอีกคนพามือปืน ซึ่งเป็นอาร์เคเค หลบหนีไปยังบ้านแนวร่วม หรือจุดนัดพบจุดที่สอง ห่างจากจุดแรก 3-5 กิโลเมตร เพื่อเปลี่ยนชุดอีกครั้งหนึ่ง และเปลี่ยนรถเพื่อหลบหนีข้ามอำเภอ หรือข้ามจังหวัด

โดยเส้นทางที่ใช้ จะมีการสำรวจก่อน และเลือกใช้เส้นทางที่มีกล้องวงจรปิดน้อย หรือไม่มีเลย ถ้ามีก็จะมีแนวร่วมไปทำลายกล้องก่อนก่อเหตุนี่คือแผนประทุษกรรมของคนร้ายที่ชายแดนใต้ ทำให้คนพวกนี้หนีรอดหลังก่อเหตุได้ตลอด

แต่ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่มีพลเมืองดีถ่ายคลิปเอาไว้ได้ ทำให้สามารถตรวจสอบรูปพรรณสัณฐาน และตรวจสอบป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนีได้


"ล่าความจริง" ได้สอบถามไปยัง พลตำรวจตรี ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เกี่ยวกับความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้าย ผู้การปัตตานี บอกว่า รู้ตัวคนร้ายทั้ง 4 คนแล้ว รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะก่อเหตุด้วย โดยเป็นกลุ่มเดียวกับที่เพิ่งก่อเหตุลอบวางระเบิดรถตำรวจ สภ.นาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา โดยครั้งนั้นเป็นการดักวางระเบิดห่างจากโรงพักเพียงแค่ 400 เมตร ยืนยันว่าเหตุการณ์กราดยิงร้านอาหารใต้ เป็นคดีความมั่นคงอย่างแน่นอน ทางตำรวจมีหลักฐานทั้งภาพที่มีผู้บันทึกได้ และกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด