รมช.ชุติมา บุณยประภัศร ระบุ ได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวง ที่ดูแลสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ และกรมการค้าภายใน ร่วมมือในการเร่งระบายผลผลิตผลไม้ที่กำลังออกสู่ตลาด โดยใช้กลไกที่ตัวเองมีอยู่ เพื่อดูแลให้เกษตรกรจำหน่ายผลไม้ได้ในราคาที่เหมาะสม และแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ เนื่องจากปีนี้ ปริมาณผลผลิตผลไม้ในภาคตะวันออกเพิ่มขึ้นทุกชนิด โดยเฉพาะมังคุดที่ปีนี้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 200,000 ตัน จากปีก่อน 50,000 ตัน รวมถึง เงาะ ทุเรียน และลองกอง


ทั้งนี้กระทรวงได้เตรียมพร้อมรับมือผลผลิตผลไม้ที่จะออกสู่ตลาด โดยหารือกับ บมจ.ปตท. จัดพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมันให้กับเกษตรกรนำผลไม้มาจำหน่าย โดยจะเน้นปั๊มที่เป็นจุดพักรถ จุดแวะระหว่างเดินทางที่มีคนมาใช้บริการมาก นอกจากนี้ ได้ทำการเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดการจับคู่ทำธุรกิจระหว่างที่พัก โรงแรม รีสอร์ท กับสวนผลไม้ ในการโปรโมตให้นักท่องเที่ยวที่เข้าพัก ได้เดินทางไปชมและชิมผลไม้ถึงในสวน ร่วมมือกับ ททท.ในการโปรโมตให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมและชิมผลไม้ในสวน การเร่งระบายผลไม้จากแหล่งผลิตไปยังพื้นที่ต่างๆ และร่วมมือกับร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น จัดแพ็กผลไม้ขนาดเล็ก เพื่อให้สะดวกแก่การซื้อของผู้บริโภค ซึ่งปีนี้จะเน้นมังคุดและทุเรียน


ส่วนปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ กระทรวงร่วมมือกับทั้งกระทรวงเกษตรฯ และ ก.พลังงาน เพื่อนำผลผลิตไปใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน บี20 โดยในช่วงที่ผ่านมา ปริมาณการใช้ปรับขึ้นจาก เดือนละ 10 ล้านลิตร เป็น 20 ล้านลิตร อย่างไรก็ตาม จำนวน 20 ล้านลิตรต่อเดือนยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะนี้ต้องรอ ก.เกษตรฯ ที่กำลังลงไปสำรวจพื้นที่ปลูกปาล์ม เพื่อดูตัวเลขผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดในช่วงหลังจากนี้ ว่าจะมากน้อยขนาดไหน เพราะช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. มีผลผลิตออกมามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 30% ทำให้ราคาผลปาล์มไม่ขยับขึ้น ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้งในเดือน พ.ค.ที่ผลผลิตอาจลดลงทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงได้