กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ยังบอกอีกว่า คณะกรรมการนโยบายร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือคณะกรรมการพีพีพี ที่มีนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ได้รับทราบรายงานของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายที่มีอัยการสูงสุดเป็นประธาน ซึ่งพิจารณาข้อกฎหมายและพบว่าการเปิดประมูลร้านค้าดิวตี้ฟรีในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ ไม่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพราะไม่ใช่กิจการสาธารณะ หรือไม่เกี่ยวเนื่องหรือจำเป็นกับการบริหารกิจการการบิน

มติของที่ประชุมฯ ครั้งนี้ จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 24 เมษายนนี้ต่อไป พร้อมทั้งร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่องกิจการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะตามมาตรา 7 (3) แห่งพ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดประเภทกิจการต่างๆที่เกี่ยวข้องและเข้าข่าวตาม พ.ร.บ.ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน


ด้านกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินกรุงเทพ พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ระบุ บริษัทได้ซื้อซองประมูลทั้ง 2 โครงการ และจะยื่นข้อเสนอประมูล เพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่จะช่วยเสริมธุรกิจสายการบินของบริษัท และคิดว่าน่าจะทำกำไรได้หากเทียบกับสายการบินที่มีการแข่งขันสูง ส่วนแหล่งเงินทุนจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท รวมกับเงินลงทุนของพันธมิตร 1 ราย และเงินกู้จากสถาบันการเงิน